แปลเพลง Toronto 24 - Daniel Caesar ความหมายเพลง
Sometimes it feels like it's a dream
บางครั้งมันก็รู้สึกเหมือนเป็นเพียงความฝัน
Everything is not as it seems
ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น
If only I could find a pair of glasses
หากเพียงแต่ฉันสามารถหาแว่นตาสักคู่หนึ่ง
To help me see the ones that who truly be
เพื่อช่วยให้ฉันมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของผู้คน
They live, and we sleep
พวกเขามีชีวิตอยู่ และพวกเรากำลังหลับใหล
Pray my days will never hit one
ภาวนาให้วันเวลาของฉันไม่มีวันจบสิ้น
Take me far away from the sun
พาฉันออกไปให้ไกลจากดวงอาทิตย์
If only I could find a way through space-time
หากเพียงแต่ฉันสามารถหาหนทางผ่านกาลอวกาศไปได้
Back to when I was happy being me
กลับไปในช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขกับการเป็นตัวเอง
They live and leave
พวกเขามีชีวิตอยู่และจากไป
I can hear the bells ringing, reminding us why
ฉันได้ยินเสียงระฆังดังกังวาน คอยเตือนสติพวกเราว่าทำไม
We're still here singing, it's Father Time
เรายังคงร้องเพลงอยู่ที่นี่ มันคือเวลาที่ล่วงเลยไป
Stuck in this matrix
ติดอยู่ในแมทริกซ์นี้
Living a lie
ใช้ชีวิตอยู่กับคำลวง
I'm not afraid to die
ฉันไม่กลัวความตาย
Take me back to 2014
พาฉันกลับไปในปี 2014
Saw a pic this morning
เห็นรูปถ่ายใบหนึ่งเมื่อเช้านี้
Far along the journey
ตลอดเส้นทางอันยาวไกล
The future was alluring
อนาคตนั้นช่างน่าหลงใหล
On the other side of TVs
ที่อีกฝั่งของหน้าจอทีวี
Hoping that they see me
หวังว่าพวกเขาจะมองเห็นฉัน
But they already see me
แต่พวกเขาก็มองเห็นฉันอยู่แล้ว
At least, that's how I see things
อย่างน้อย นั่นคือสิ่งที่ฉันมองเห็น
Isn't it funny how the time flies?
มันตลกดีไหมที่เวลาผ่านไปไวเหลือเกิน?
Like a G5 jet in turbulence
เหมือนเครื่องบินเจ็ท G5 ที่เจอหลุมอากาศ
But we gonna make it home tonight, alright, alright
แต่เราจะกลับถึงบ้านในคืนนี้ ไม่เป็นไรหรอกนะ
Alright, alright
ไม่เป็นไรเลย
My misery is boring
ความทุกข์ของฉันมันน่าเบื่อหน่าย
Finally feel confident
ในที่สุดก็เริ่มรู้สึกมั่นใจ
Yes, that's an accomplishment
ใช่แล้ว นั่นคือความสำเร็จอย่างหนึ่ง
Many more commas to get
และยังมีเงินทองอีกมากมายที่ต้องหา
You know it's Stockholm, long road, London, you can't even reach me
คุณก็รู้ว่ามันคือสตอกโฮล์ม ถนนสายยาว ลอนดอน คุณตามฉันไม่ทันหรอก
Just know whenever you need me, we'll figure it out
แค่รู้ไว้ว่าเมื่อไรที่คุณต้องการฉัน เราจะหาทางออกไปด้วยกัน
Look up, and you'll see me, and I'll be around
เงยหน้าขึ้นสิ แล้วคุณจะเห็นฉัน ฉันจะอยู่แถวนี้แหละ
'Cause when I'm home, I'm lost, let's go
เพราะเมื่อฉันอยู่บ้าน ฉันมักจะหลงทาง ไปกันเถอะ
Make it look easy
ทำให้มันดูง่ายเข้าไว้
Oh, take it easy on me
โอ้ ช่วยถนอมฉันหน่อยนะ
It's still my city, it's still my city
นี่คือเมืองของฉัน มันยังคงเป็นเมืองของฉัน
ความหมายของเพลง "Toronto 2014" - Daniel Caesar
เพลง "Toronto 2014" โดย Daniel Caesar (ร่วมกับ Mustafa) เปรียบเสมือนจดหมายรักอันแสนเศร้าถึงอดีต เพลงนี้ไม่ได้พูดถึงแค่สถานที่ แต่พูดถึง ความโหยหาในความไร้เดียงสา ก่อนที่ชื่อเสียงจะเปลี่ยนทุกอย่างไป
1. ความถวิลหาอดีต (Nostalgia)
ตัวเลข "2014" สื่อถึงช่วงเวลาก่อนที่อัลบั้มเดบิวต์ Freudian จะโด่งดังไปทั่วโลก ในตอนนั้น Daniel ยังเป็นเพียงศิลปินที่ต่อสู้ดิ้นรนในโทรอนโต เพลงนี้ถ่ายทอดความรู้สึกที่อยากจะ "กลับบ้าน" ซึ่งไม่ใช่แค่การกลับไปยังเมืองโทรอนโตเท่านั้น แต่คือการกลับไปในช่วงเวลาที่ชีวิตเรียบง่ายและจริงใจกว่านี้
2. ภาระของชื่อเสียง (The Burden of Fame)
Daniel สะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จนำมาซึ่งแรงกดดันที่คาดไม่ถึง เนื้อเพลงแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง:
- อดีต: อิสระ มิตรภาพที่บริสุทธิ์ และการใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา
- ปัจจุบัน: แสงไฟจากสปอร์ตไลท์ ความคาดหวัง และความโดดเดี่ยวที่มาพร้อมกับความสำเร็จ
3. การสูญเสียและความตาย (Loss & Mourning)
การร่วมงานกับ Mustafa ช่วยเพิ่มมิติทางอารมณ์ที่ลึกซึ้ง เนื่องจาก Mustafa มักจะถ่ายทอดเรื่องราวการสูญเสียเพื่อนพ้องจากเหตุความรุนแรงในโทรอนโต เนื้อเพลงจึงเป็นการไว้อาลัยให้กับผู้ที่ไม่ได้อยู่ร่วมทางจนถึงวันที่ประสบความสำเร็จ
"If only I could go back to the start" — ท่อนนี้แสดงถึงความปรารถนาที่จะย้อนเวลาเพื่อสัมผัสช่วงเวลากับคนที่รักอีกครั้ง
4. การยอมรับความจริง (Acceptance)
แม้จะเต็มไปด้วยความโหยหาที่เจ็บปวด แต่เพลงนี้ก็แฝงไปด้วยการยอมรับ Daniel ตระหนักดีว่าเวลาไม่สามารถย้อนกลับไปได้ โทรอนโตในปี 2014 กลายเป็นเพียงความทรงจำ และเขาต้องก้าวต่อไปแม้จะมีความคิดถึงเป็นภาระที่ต้องแบกไว้
สรุป: โดยรวมแล้ว "Toronto 2014" คือการตกตะกอนความคิดเกี่ยวกับวิธีที่บ้านเกิดและอดีตหล่อหลอมตัวตนของเรา เพลงนี้ตั้งคำถามว่า: "ความสำเร็จนี้คุ้มค่ากับสิ่งที่เราต้องทิ้งไว้ข้างหลังหรือไม่?"