แปลเพลง less of you - keshi ความหมายเพลง

แปลเพลง "less of you" ของศิลปินอินดี้ R&B ขวัญใจคนเหงา keshi เป็นบทเพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกโดดเดี่ยวและเปราะบางท่ามกลางความสัมพันธ์ระยะไกล (Long-Distance Relationship) ที่ชวนให้หัวใจแตกสลาย เนื้อหาของเพลงบอกเล่าถึงความอึดอัดทรมานของการที่ต้องรักใครสักคนผ่านหน้าจอโทรศัพท์ ซึ่งการเห็นหน้ากันผ่านหน้าจอ (face on a screen) นั้นไม่เคยเพียงพอหรือทดแทนการได้โอบกอดและอยู่ร่วมกันจริงๆ ได้เลย ทิ้งให้ฝ่ายที่รอคอยต้องเผชิญกับความหวาดกลัวและความคิดฟุ้งซ่านในยามค่ำคืน

นอกจากนี้ เพลงยังสะท้อนถึงวงจรความรู้สึกที่น่าเจ็บปวด เมื่อคนรักกลับมาหา เขาก็ต้องใช้เวลาปรับตัวเพื่อยอมรับความห่างเหินที่เคยเกิดขึ้น แต่พอเริ่มจะชินกับการมีเธออยู่ เธอกลับต้องจากไปอีกครั้งในตอนเช้า ทิ้งให้เขากลายเป็นชิ้นส่วนที่แตกหัก (in pieces) ความเหนื่อยล้าจากการที่ต้องได้รับเศษเสี้ยวความรักหรือเวลาอันน้อยนิดจากอีกฝ่าย (less of you) จนทำให้เริ่มตั้งคำถามว่า หรือบางทีการตัดใจและจบความสัมพันธ์นี้ลง (cut it loose) อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าต้องมาทนทรมานอยู่แบบนี้

แปลเพลง less of you โดย keshi

Hello
ฮัลโหล
Are you awake right now?
ตอนนี้เธอตื่นอยู่หรือเปล่า?
God, I just need to hear the sound of you
ให้ตายสิ ฉันแค่ต้องการได้ยินเสียงของเธอเหลือเกิน
Please, calm me down
ได้โปรดช่วยทำให้ฉันใจเย็นลงที
And I know that it's selfish, but
และฉันก็รู้หรอกนะว่ามันเห็นแก่ตัว แต่ว่า...
You are the only thing that's
เธอคือสิ่งเดียวเท่านั้น
Ever made sense to me, I
ที่เคยมีเหตุผลและมีความหมายสำหรับฉัน ฉัน...
I don't wanna do this
ฉันไม่อยากเป็นแบบนี้เลย
I don't know how to do this without you
ฉันไม่รู้เลยว่าจะผ่านมันไปได้อย่างไรถ้าไม่มีเธอ

Cling to your side
อยากจะนอนเบียดอยู่ข้างๆ เธอ
Voices at night
เสียงต่างๆ ในยามค่ำคืน
Cover my eyes
คอยเอามือปิดตาของฉันไว้
I'm terrified
ฉันหวาดกลัวเหลือเกิน

No in between
ไม่มีความพอดีตรงกลางเลย
A face on a screen
ใบหน้าที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
Ain't an adequate replacement
มันไม่ใช่อะไรที่เพียงพอจะมาทดแทน
For you're being with me
การที่เธอได้มาอยู่เคียงข้างฉันจริงๆ หรอกนะ

Too much time in the limelight
ใช้เวลาอยู่ท่ามกลางแสงไฟสปอตไลท์มากเกินไปแล้ว
Gimme your all on the land line
ช่วยมอบทุกสิ่งของเธอให้ฉันผ่านสายโทรศัพท์นี้ที
Want it so bad but I won't lie
ต้องการมันมากเหลือเกิน แต่ฉันจะไม่โกหกหรอกนะ
And it just gets worse in the night time
ว่าความรู้สึกมันยิ่งแย่ลงไปอีกเมื่อถึงยามค่ำคืน

Never stays for long
เธอไม่เคยอยู่ได้นานเลย
And she's gone in the morning
พอเช้าวันรุ่งขึ้นเธอก็จากไปแล้ว

When you come home
เมื่อตอนที่เธอกลับมาบ้าน
I just got over being less of you
ฉันเพิ่งจะทำใจได้กับการที่ต้องได้รับความใส่ใจน้อยลงจากเธอ
When you leave me
แต่พอเธอทิ้งฉันไปอีกครั้ง
I'm in pieces
ตัวฉันก็แตกสลายเป็นชิ้นๆ
Maybe it's better if we cut it loose
บางทีมันอาจจะดีกว่าถ้าเราตัดใจและปล่อยมือจากกันไป

Tell me how your day was
ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่าวันของเธอเป็นอย่างไรบ้าง
No, I'm not okay
ไม่หรอก ฉันไม่ได้สบายดีเลย
I don't know, I don't know, I don't know
ฉันไม่รู้เลย ไม่รู้จริงๆ ไม่รู้เลย
I don't know, I don't know, I don't know
ฉันไม่รู้เลยจริงๆ ไม่รู้เลย ไม่รู้เลย
Time never moved so slow
เวลาไม่เคยหมุนผ่านไปช้าขนาดนี้มาก่อน
Bed time, hit your phone up
ถึงเวลานอนทีไร ก็ต้องคอยกดโทรศัพท์หาเธอ
Tell me where to go, where to go
บอกฉันทีว่าต้องทำอย่างไรต่อไป ต้องไปทางไหน
Tell me where to go, where to go
บอกฉันทีว่าต้องไปทางไหน ต้องทำอย่างไรต่อไป

Too much time in the limelight
ใช้เวลาอยู่ท่ามกลางแสงไฟสปอตไลท์มากเกินไปแล้ว
Gimme your all on the land line
ช่วยมอบทุกสิ่งของเธอให้ฉันผ่านสายโทรศัพท์นี้ที
Want it so bad but I won't lie
ต้องการมันมากเหลือเกิน แต่ฉันจะไม่โกหกหรอกนะ
And it just gets worse in the night time
ว่าความรู้สึกมันยิ่งแย่ลงไปอีกเมื่อถึงยามค่ำคืน

Never stays for long
เธอไม่เคยอยู่ได้นานเลย
And she's gone in the morning
พอเช้าวันรุ่งขึ้นเธอก็จากไปแล้ว

When you come home
เมื่อตอนที่เธอกลับมาบ้าน
I just got over being less of you
ฉันเพิ่งจะทำใจได้กับการที่ต้องได้รับความใส่ใจน้อยลงจากเธอ
When you leave me
แต่พอเธอทิ้งฉันไปอีกครั้ง
I'm in pieces
ตัวฉันก็แตกสลายเป็นชิ้นๆ
Maybe it's better if we cut it loose
บางทีมันอาจจะดีกว่าถ้าเราตัดใจและปล่อยมือจากกันไป

I don't know how to do this without you
ฉันไม่รู้เลยว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรถ้าไม่มีเธอ
I don't know, I don't know, I don't know
ฉันไม่รู้เลย ไม่รู้จริงๆ ไม่รู้เลย
I don't know how to do this without you
ฉันไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไรต่อไปหากไม่มีเธออยู่
I don't know, I don't know, I don't know
ฉันไม่รู้เลยจริงๆ ไม่รู้เลย ไม่รู้เลย
I don't know how to do this without you
ฉันไม่รู้เลยว่าจะผ่านมันไปได้อย่างไรถ้าไม่มีเธอ

สรุปเนื้อหาเพลง less of you keshi

สรุปเนื้อหาโดยรวมของเพลง "less of you" คือการถ่ายทอดมุมมองความรักที่มีระยะทางและความรับผิดชอบของชีวิตเป็นอุปสรรค บทเพลงนี้แสดงให้เห็นถึงภาวะทางอารมณ์ที่จมอยู่กับความอ้างว้าง ความโหยหา และความเจ็บปวดจากการที่ได้ครอบครองเพียงเศษเสี้ยวเวลาของคนรัก โลกภายนอกหรือชื่อเสียงเงินทอง (limelight) ไม่สามารถเติมเต็มช่องว่างในใจได้ และการต้องประคับประคองความสัมพันธ์ผ่านเทคโนโลยีก็รังแต่จะทำให้หัวใจเหนื่อยล้าลงทุกวัน

ในท้ายที่สุด เสียงร้องที่ซ้ำคำว่า "I don't know" ในช่วงท้ายเพลง เป็นเสมือนการยอมรับความสับสนและไร้หนทางของคนรักที่พึ่งพาความรู้สึกจากอีกฝ่ายเป็นหลัก การคิดที่จะ "ปล่อยมือ" (cut it loose) ไม่ใช่เพราะหมดรัก แต่เป็นเพราะทานทนกับสภาวะกึ่งกลางที่ไร้ความชัดเจนและต้องเผชิญหน้ากับความเหงาซ้ำๆ ไม่ไหวอีกต่อไป เพลงนี้จึงเป็นตัวแทนความรู้สึกของคนเหงาในยุคดิจิทัลได้อย่างลึกซึ้ง