แปลเพลง Chicago - Michael Jackson ความหมายเพลง

แปลเพลง "Chicago" (หรือเป็นที่รู้จักในชื่อเดิมว่า Chicago 1945 / She Was Lovin' Me) ของราชาเพลงป๊อปผู้ล่วงลับ Michael Jackson เป็นบทเพลงอาร์แอนด์บีที่มีท่วงทำนองดุดันและน่าค้นหา เนื้อหาของเพลงบอกเล่าเรื่องราวอันน่าตกใจของชายคนหนึ่งที่ได้พบกับหญิงสาวระหว่างเดินทางไปชิคาโก เธอเข้ามาโปรยเสน่ห์ด้วยท่าทีที่แสนซื่อสัตย์และอ้างว่าเธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ไม่มีใคร ทว่าในความจริงแล้ว ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงเรื่องโกหกคำโตที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกปิดความจริงอันโหดร้าย

นอกจากนี้ เพลงยังเปิดเผยจุดหักมุมอันเจ็บปวดเมื่อความจริงปรากฏว่า หญิงสาวคนนี้แอบใช้ชีวิตสองหน้า (double life) โดยมาลักลอบมีความสัมพันธ์กับเขาในตอนที่สามีของเธอออกไปทำงานและลูกๆ ไปโรงเรียน ตัวเอกของเพลงต้องตกเป็นมือที่สามโดยไม่รู้ตัว ซึ่งสร้างความอับอายและตราบาปในใจให้กับเขาอย่างมากเพราะเขาไม่ใช่คนประเภทที่จะทำลายครอบครัวใคร เพลงนี้จึงเป็นการระบายความอัดอั้นและโยนความผิดทั้งหมดให้แก่ความเห็นแก่ตัวของหญิงสาวที่ทำลายความเชื่อใจของชายทั้งสองคน

แปลเพลง Chicago โดย Michael Jackson

I met her on my way to Chicago
ฉันได้พบกับเธอระหว่างทางที่ฉันกำลังจะไปชิคาโก
Where she was all alone and so was I
ที่ซึ่งเธออยู่ตัวคนเดียวอย่างโดดเดี่ยว และฉันเองก็เช่นกัน
So I asked her for her name
ฉันก็เลยเข้าไปเอ่ยปากถามชื่อของเธอ
She smiled and looked at me
เธอยิ้มและจ้องมองมาที่ฉัน
I was surprised to see
ฉันประหลาดใจมากที่ได้เห็น
That a woman like that was really into me
ว่าผู้หญิงที่ดูดีขนาดนั้นจะระเบิดความสนใจในตัวฉันจริงๆ

She said she didn't have no man
บอกว่าเธอไม่มีผู้ชายคนไหนในชีวิตเลย
Raised the kids the very best she can (She was lovin' me)
เธอเลี้ยงดูลูกๆ ด้วยตัวเองอย่างดีที่สุดเท่าที่ทำได้ (เธอแสดงความรักกับฉัน)
She told me she was all alone
เธอบอกกับฉันว่าเธออยู่ตัวคนเดียวมาตลอด
Said, "I don't," she didn't have no phone (She was wantin' me)
เธอบอกว่า "ฉันไม่มีหรอก" เธอไม่มีแม้กระทั่งโทรศัพท์ติดต่อ (เธอต้องการฉันเหลือเกิน)
She said just to give her a page
เธอบอกว่าถ้ามีอะไรก็แค่ส่งข้อความเข้าเพจเจอร์มา
Fifty nine was the code she gave (She was lovin' me)
และเลขห้าสิบเก้าคือรหัสที่เธอให้ไว้ (เธอรักฉันเหลือเกิน)
She'd lied to you, lied to me
เธอหลอกลวงคุณ และเธอก็หลอกลวงฉันด้วย
'Cause she was lovin' me, lovin' me, yeah
เพราะในตอนนั้นเธอเปิดใจรักฉัน มอบความรักให้ฉัน ใช่เลย

I never would've thought she was livin' like that
ฉันไม่เคยคาดคิดเลยว่าเธอจะใช้ชีวิตแบบนั้น
Her words seemed so sincere
ถ้อยคำของเธอมันช่างดูซื่อสัตย์และจริงใจเหลือเกิน
When I held her near, she would tell me how she feels
ยามที่ฉันดึงเธอเข้ามาสวมกอด เธอจะคอยบอกความรู้สึกในใจกับฉัน
It felt so real to me
มันช่างรู้สึกจริงแท้สำหรับฉันเหลือเกิน
This girl, she had to be
ผู้หญิงคนนี้ เธอต้องใช่แน่ๆ
An angel sent from heaven just for me
นางฟ้าที่สวรรค์ประทานลงมาเพื่อฉันคนเดียว

She said she didn't have no man
บอกว่าเธอไม่มีผู้ชายคนไหนในชีวิตเลย
Raised the kids the very best she can (Look, she's lovin' me)
เธอเลี้ยงดูลูกๆ ด้วยตัวเองอย่างดีที่สุดเท่าที่ทำได้ (ดูสิ เธอรักฉัน)
She told me she was all alone
เธอบอกกับฉันว่าเธออยู่ตัวคนเดียวมาตลอด
Said, "I don't," she didn't have no phone (She was lovin' me)
เธอบอกว่า "ฉันไม่มีหรอก" เธอไม่มีแม้กระทั่งโทรศัพท์ติดต่อ (เธอรักฉันเหลือเกิน)
She said just to give her a page
เธอบอกว่าถ้ามีอะไรก็แค่ส่งข้อความเข้าเพจเจอร์มา
Fifty nine was the code she gave
และเลขห้าสิบเก้าคือรหัสที่เธอให้ไว้
She'd lied to you, lied to me
เธอหลอกลวงคุณ และเธอก็หลอกลวงฉันด้วย
'Cause she was lovin' me, lovin' me, yeah (Look who's lovin' me)
เพราะในตอนนั้นเธอรักฉัน มอบความรักให้ฉัน (ดูสิว่าใครกันที่รักฉัน)

She tried to live a double life
เธอพยายามที่จะใช้ชีวิตสองหน้า
Lovin' me while she was still your wife (She was wantin' me)
มามอบความรักให้ฉัน ทั้งๆ ที่เธอยังคงเป็นภรรยาของคุณอยู่ (เธอต้องการฉันเหลือเกิน)
She thought that lovin' me was cool
เธอกลับคิดว่าการมาแอบรักฉันมันเป็นเรื่องสนุกและน่าตื่นเต้น
With you at work and the kids at school (She was lovin' me)
ในยามที่คุณต้องออกไปทำงาน และพวกลูกๆ ไปโรงเรียน (เธอรักฉันเหลือเกิน)
She said that it would never end
เธอบอกว่าความสัมพันธ์ของเราจะไม่มีวันสิ้นสุดลง
Or tried to keep me any way she can (She was wantin' me)
และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งฉันให้อยู่กับเธอต่อไป (เธอต้องการฉันเหลือเกิน)
She'd lied to you, lied to me
เธอหลอกลวงคุณ และเธอก็หลอกลวงฉันด้วย
'Cause she got a family, family, yeah
ทั้งๆ ที่เธอน่ะมีครอบครัว มีครอบครัวอยู่แล้วทั้งคน ใช่เลย

Whoa, no
โฮ ไม่นะ
Alright
เอาล่ะ
Oh (I'm in love, love)
โอ้ (ฉันดันตกหลุมรักไปแล้ว รักเข้าแล้ว)

I didn't know she was already spoken for
ฉันไม่รู้เลยจริงๆ ว่าเธอมีเจ้าของและแต่งงานมีคนจองไว้แล้ว
'Cause I'm not that kind of man
เพราะฉันไม่ใช่ผู้ชายหน้าตัวเมียประเภทที่ชอบแย่งแฟนใคร
Swear that I would've never looked her way
ขอสาบานเลยว่าฉันจะไม่มีวันปรายตตามองเธอเลยหากรู้ความจริง
Now if I feel so much shame
ในตอนนี้ฉันรู้สึกอับอายขายหน้าเหลือเกิน
And all things have to change
และทุกๆ สิ่งมันจำเป็นต้องยุติและเปลี่ยนไป
You should know that I'm holdin' her to blame
คุณควรจะรู้ไว้นะว่าฉันขอกล่าวโทษว่าทั้งหมดเป็นความผิดของเธอคนเดียว

She said she didn't have no man
บอกว่าเธอไม่มีผู้ชายคนไหนในชีวิตเลย
Raised the kids the very best she can (Holdin' her to blame)
เธอเลี้ยงดูลูกๆ ด้วยตัวเองอย่างดีที่สุดเท่าที่ทำได้ (ฉันขอกล่าวโทษเธอ)
She told me she was all alone
เธอบอกกับฉันว่าเธออยู่ตัวคนเดียวมาตลอด
Said, "I don't," she didn't have no phone (Holdin' her to blame)
เธอบอกว่า "ฉันไม่มีหรอก" เธอไม่มีแม้กระทั่งโทรศัพท์ติดต่อ (ฉันขอกล่าวโทษเธอ)
She said just to give her a page
เธอบอกว่าถ้ามีอะไรก็แค่ส่งข้อความเข้าเพจเจอร์มา
Fifty nine was the code she gave (Holdin' her to blame)
และเลขห้าสิบเก้าคือรหัสที่เธอให้ไว้ (ฉันขอกล่าวโทษเธอ)
She'd lied to you, lied to me
เธอหลอกลวงคุณ และเธอก็หลอกลวงฉันด้วย
'Cause she was lovin' me, lovin' me, yeah (Holdin' her to blame)
เพราะในตอนนั้นเธอมาหลงรักฉัน มอบความรักให้ฉัน (ฉันขอกล่าวโทษเธอ)

She tried to live a double life
เธอพยายามที่จะใช้ชีวิตสองหน้า
Loving me while she was still your wife (Holdin' her to blame)
มามอบความรักให้ฉัน ทั้งๆ ที่เธอยังคงเป็นภรรยาของคุณอยู่ (ฉันขอกล่าวโทษเธอ)
She thought that loving me was cool
เธอกลับคิดว่าการมาแอบรักฉันมันเป็นเรื่องสนุกและน่าตื่นเต้น
With you at work and the kids at school (Holdin' her to blame)
ในยามที่คุณต้องออกไปทำงาน และพวกลูกๆ ไปโรงเรียน (ฉันขอกล่าวโทษเธอ)
She said that it would never end
เธอบอกว่าความสัมพันธ์ของเราจะไม่มีวันสิ้นสุดลง
Or tried to keep me any way she can (Holdin' her to blame)
และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งฉันให้อยู่กับเธอต่อไป (ฉันขอกล่าวโทษเธอ)
She'd lied to you, lied to me
เธอหลอกลวงคุณ และเธอก็หลอกลวงฉันด้วย
'Cause she got a family, family, yeah
ทั้งๆ ที่เธอน่ะมีครอบครัว มีครอบครัวอยู่แล้วทั้งคน ใช่เลย

She said she didn't have no man
บอกว่าเธอไม่มีผู้ชายคนไหนในชีวิตเลย
Raised the kids the very best she can (Look, she's lovin' me)
เธอเลี้ยงดูลูกๆ ด้วยตัวเองอย่างดีที่สุดเท่าที่ทำได้ (ดูสิ เธอรักฉัน)
She told me she was all alone
เธอบอกกับฉันว่าเธออยู่ตัวคนเดียวมาตลอด
Said, "I don't," she didn't have no phone (She was lovin' me)
เธอบอกว่า "ฉันไม่มีหรอก" เธอไม่มีแม้กระทั่งโทรศัพท์ติดต่อ (เธอรักฉัน)
She said just to give her a page
เธอบอกว่าถ้ามีอะไรก็แค่ส่งข้อความเข้าเพจเจอร์มา
Fifty nine was the code she gave (She's with me)
และเลขห้าสิบเก้าคือรหัสที่เธอให้ไว้ (ตอนนี้เธออยู่กับฉัน)
She'd lied to you, lied to me
เธอหลอกลวงคุณ และเธอก็หลอกลวงฉันด้วย
'Cause she was lovin' me, lovin' me, yeah (Look who's lovin' me)
เพราะในตอนนั้นเธอรักฉัน มอบความรักให้ฉัน (ดูสิว่าใครกันที่รักฉัน)

She tried to live a double life
เธอพยายามที่จะใช้ชีวิตสองหน้า
Lovin' me while she was still your wife (She was wantin' me)
มามอบความรักให้ฉัน ทั้งๆ ที่เธอยังคงเป็นภรรยาของคุณอยู่ (เธอต้องการฉันเหลือเกิน)
She thought that lovin' me was cool
เธอกลับคิดว่าการมาแอบรักฉันมันเป็นเรื่องสนุกและน่าตื่นเต้น
With you at work and the kids at school (She was lovin' me)
ในยามที่คุณต้องออกไปทำงาน และพวกลูกๆ ไปโรงเรียน (เธอรักฉันเหลือเกิน)
She said that it would never end
เธอบอกว่าความสัมพันธ์ของเราจะไม่มีวันสิ้นสุดลง
Or tried to keep me any way she can (She was wantin' me)
และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งฉันให้อยู่กับเธอต่อไป (เธอต้องการฉันเหลือเกิน)
She'd lied to you, lied to me
เธอหลอกลวงคุณ และเธอก็หลอกลวงฉันด้วย
'Cause she got a family, family, yeah
ทั้งๆ ที่เธอน่ะมีครอบครัว มีครอบครัวอยู่แล้วทั้งคน ใช่เลย

สรุปเนื้อหาเพลง Chicago Michael Jackson

สรุปเนื้อหาโดยรวมของเพลง "Chicago" คือเรื่องราวสะท้อนแง่มุมความรักที่บิดเบี้ยวจากการโกหกหลอกลวงและการคบซ้อน โดยหยิบยกสถานการณ์ของชายผู้บริสุทธิ์ที่ต้องกลายมาเป็นชู้หรือมือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ บทเพลงนี้แสดงให้เห็นความเห็นแก่ตัวของหญิงสาวคนหนึ่งที่ทรยศต่อสามีและลูกๆ ของตนเองเพื่อแสวงหาความตื่นเต้นชั่วคราว โดยใช้คำพูดที่ดูจริงใจเป็นเครื่องมือล่อลวงผู้อื่นให้มาตกหลุมรัก

ในท้ายที่สุด บทเพลงได้ส่งสารโดยตรงไปยังตัว "สามี" ตัวจริงของเธอ เพื่อบอกเล่าความจริงทั้งหมดว่าชายคนนี้ไม่มีเจตนาจะทำลายความสัมพันธ์ และเลือกที่จะโยนความผิดบาปทั้งหมด (hold her to blame) กลับไปที่ตัวหญิงสาวผู้ไร้ความซื่อสัตย์ เพลงนี้จึงถือเป็นเพลงที่สะท้อนศีลธรรม ความละอายใจ และอารมณ์ความผิดหวังในความสัมพันธ์ผ่านการเล่าเรื่องที่เฉียบคมตามสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของไมเคิล แจ็กสัน