แปลเพลง Impostor Syndrome - Sidney Gish ความหมายเพลง
แปลเพลง "Impostor Syndrome" ของศิลปินอินดี้ป๊อปมากฝีมือ Sidney Gish เป็นบทเพลงที่หยิบยกประเด็นทางจิตวิทยายอดฮิตอย่างอาการคิดว่าตัวเองไม่เก่งจริง (Impostor Syndrome) มาบอกเล่าผ่านมุมมองที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันแบบตลกร้าย (Dark Humor) และการเปรียบเปรยที่ชาญฉลาด เนื้อหาของเพลงบอกเล่าถึงความรู้สึกสับสน แปลกแยก และการตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าต้องทำตัวอย่างไรถึงจะดูเป็นมนุษย์ที่ปกติและมีประสิทธิภาพในสังคม
นอกจากนี้ เพลงยังใช้การเปรียบเทียบชีวิตตัวเองเหมือนสัตว์เลี้ยงที่ต้องจูงตัวเองไปเดินเล่น เพื่อสื่อถึงสภาวะที่ไร้ทิศทางและรู้สึกว่าตนเองไร้คุณสมบัติสำหรับการเป็นมนุษย์ที่ประสบความสำเร็จ (grossly underqualified) ท่ามกลางท่วงทำนองดนตรีที่สนุกสนานและติดหู เพลงนี้กลับซ่อนความอึดอัดใจของคนรุ่นใหม่ที่ต้องแกล้งทำเป็นว่าชีวิตดำเนินไปด้วยดี ทั้งที่ในใจกำลังเผชิญหน้ากับความกลัวว่าสักวันหนึ่งคนอื่นจะจับได้ว่าตัวเองไม่ได้เก่งกาจอย่างที่ใครๆ คิด
แปลเพลง Impostor Syndrome โดย Sidney Gish
[Verse 1]
Unfortunately, I am
น่าเสียดายจริงๆ ที่ฉันดันเป็น
My own dog, my own fur companion
เป็นสุนัขของตัวเอง เป็นเพื่อนสี่ขาขนฟูของตัวเอง
My own old lady on a forum
เป็นคุณยายแก่ๆ ในเว็บบอร์ดสาธารณะ
Who types in glittery decorum
ที่ชอบพิมพ์ข้อความด้วยตัวอักษรกากเพชรวิบวับตามมารยาท
Unfortunately, I take
น่าเศร้าเหลือเกิน ที่ฉันต้องคอยพา
Myself out walking every day and
ตัวเองออกไปเดินเล่นในทุกๆ วัน และ
I hand my legs to the feet and
ฉันส่งขาทั้งสองข้างให้ทำหน้าที่ก้าวเดิน
I give my head to the leash
และยอมยื่นหัวของตัวเองเข้าใส่สายจูง
[Chorus]
Every other day, I'm wondering
วันเว้นวัน ฉันมักจะนึกสงสัยอยู่เสมอว่า
"What's a human being gotta be like?
"การเป็นมนุษย์ปกติเขาต้องทำตัวกันแบบไหนนะ?
What's a way to just be competent?"
วิธีที่จะใช้ชีวิตให้ดูเก่งกาจและสมบูรณ์พร้อมมันต้องทำอย่างไร?"
These sweet instincts ruin my life
สัญชาตญาณที่แสนหวานพวกนี้กำลังทำลายชีวิตของฉัน
Every other day, I'm wondering
วันเว้นวัน ฉันได้แต่ตั้งคำถามว่า
"Was it a mistake to try and define
"มันเป็นความผิดพลาดหรือเปล่าที่พยายามจะนิยาม
What I'm certain's mad incompetence?"
สิ่งที่ฉันแน่ใจว่ามันคือความไร้ความสามารถอันบ้าคลั่งนี้?"
These sweet instincts ruin my life
สัญชาตญาณที่แสนหวานพวกนี้กำลังทำลายชีวิตของฉัน
[Verse 2]
I can't smell well, or tell the time
ฉันดมกลิ่นก็ไม่ค่อยดี แถมยังแยกแยะเวลาไม่ค่อยถูก
Not K through 8, nor K dash 9
ไม่ว่าจะเรื่องการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือเรื่องของสุนัขตำรวจ (K-9)
For human, grossly underqualified
สำหรับความเป็นมนุษย์ ฉันถือว่าขาดคุณสมบัติอย่างแรง
For canine, grossly overqualified
แต่สำหรับความเป็นสุนัข ฉันดันมีคุณสมบัติมากเกินไปซะงั้น
I don't blend in at PetSmart
ฉันกลมกลืนเข้ากับร้านขายของสัตว์เลี้ยงไม่ได้
And that truth remains for the Walmart
และห้างวอลมาร์ตก็ไม่ต่างกัน ความจริงข้อนี้ยังคงเหมือนเดิม
'Cause in either case, they say to me
เพราะไม่ว่าจะที่ไหน พวกเขาก็มักจะถามฉันว่า
"What the fuck is lost in aisle three?"
"ตัวอะไรมันมาเดินหลงทางอยู่ที่ล็อกทางเดินหมายเลขสามวะ?"
[Chorus]
Every other day, I'm wondering
วันเว้นวัน ฉันมักจะนึกสงสัยอยู่เสมอว่า
"What's a human being gotta be like?
"การเป็นมนุษย์ปกติเขาต้องทำตัวกันแบบไหนนะ?
What's a way to just be competent?"
วิธีที่จะใช้ชีวิตให้ดูเก่งกาจและสมบูรณ์พร้อมมันต้องทำอย่างไร?"
These sweet instincts ruin my life
สัญชาตญาณที่แสนหวานพวกนี้กำลังทำลายชีวิตของฉัน
Every other day, I'm wondering
วันเว้นวัน ฉันได้แต่ตั้งคำถามว่า
"Was it a mistake to try and define
"มันเป็นความผิดพลาดหรือเปล่าที่พยายามจะนิยาม
What I'm certain's mad incompetence?"
สิ่งที่ฉันแน่ใจว่ามันคือความไร้ความสามารถอันบ้าคลั่งนี้?"
These sweet instincts ruin my life
สัญชาตญาณที่แสนหวานพวกนี้กำลังทำลายชีวิตของฉัน
[Post-Chorus]
(Da, da-da, da-da, da-da-da)
(ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา)
(Da, da-da, da-da, da-da-da)
(ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา)
(Da, da-da, da-da, da-da-da)
(ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา)
(Da, da-da, da-da, da-da)
(ดา ดา ดา ดา ดา ดา)
[Verse 3]
Just watch me, moving far away
คอยดูฉันให้ดีเถอะ ฉันกำลังจะย้ายหนีไปให้ไกล
Nobody even knows my name, and
ที่ซึ่งจะไม่มีใครรู้จักแม้กระทั่งชื่อของฉัน และ
No one suspects that I'm not fine, and
ไม่มีใครสงสัยว่าฉันกำลังแย่ และ
Nobody outs behavioral Frankenstein
จะไม่มีใครมาเปิดโปงพฤติกรรมแปลกประหลาดราวกับแฟรงเกนสไตน์ของฉัน
Just look at Victor in LA
ลองดูคนชื่อวิกเตอร์ในแอลเอกับตัวสิ
And Syd with the "Y" at U of A
หรือตัวฉันเอง 'ซิด' ที่สะกดด้วยตัววายที่มหาวิทยาลัยอริโซนา
And all the majors at the labels
รวมถึงพวกค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ทั้งหลายด้วย
Rebooting soon as I am able
ฉันจะรีบูทล้างระบบตัวเองใหม่ทันทีที่มีโอกาส
[Chorus]
Every other day, I'm wondering
วันเว้นวัน ฉันมักจะนึกสงสัยอยู่เสมอว่า
"What's a human being gotta be like?
"การเป็นมนุษย์ปกติเขาต้องทำตัวกันแบบไหนนะ?
What's a way to just be competent?"
วิธีที่จะใช้ชีวิตให้ดูเก่งกาจและสมบูรณ์พร้อมมันต้องทำอย่างไร?"
These sweet instincts ruin my life
สัญชาตญาณที่แสนหวานพวกนี้กำลังทำลายชีวิตของฉัน
Every other day, I'm wondering
วันเว้นวัน ฉันได้แต่ตั้งคำถามว่า
"Was it a mistake to try and define
"มันเป็นความผิดพลาดหรือเปล่าที่พยายามจะนิยาม
What I'm certain's mad incompetence?"
สิ่งที่ฉันแน่ใจว่ามันคือความไร้ความสามารถอันบ้าคลั่งนี้?"
These sweet instincts ruin my life
สัญชาตญาณที่แสนหวานพวกนี้กำลังทำลายชีวิตของฉัน
[Post-Chorus]
Da-da-da-da-da-da, da-da-da
ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา
Da-da-da-da-da-da, da-da-da, da
ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา
Da-da-da-da-da-da, da-da-da
ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา
These sweet instincts ruin my life
สัญชาตญาณที่แสนหวานพวกนี้กำลังทำลายชีวิตของฉัน
Da-da-da-da-da-da, da-da-da
ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา
Da-da-da-da-da-da, da-da-da, da
ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา
Da-da-da-da-da-da, da-da-da
ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา ดา
These sweet instincts ruin my life
สัญชาตญาณที่แสนหวานพวกนี้กำลังทำลายชีวิตของฉัน
[Outro]
Attention, passengers, we've now reached our destination
ประกาศให้ผู้โดยสารทุกท่านทราบ ขณะนี้เราได้เดินทางถึงจุดหมายปลายทางแล้ว
We hope you enjoyed the flight, now have a nice day
หวังว่าคุณจะมีความสุขกับเที่ยวบินนี้ และขอให้เป็นวันที่ดีของคุณ
สรุปเนื้อหาเพลง Impostor Syndrome Sidney Gish
สรุปเนื้อหาโดยรวมของเพลง "Impostor Syndrome" คือกระบอกเสียงของคนยุคนี้ที่ต้องเผชิญกับสภาวะสงสัยในความสามารถของตนเองอย่างรุนแรง ตัวเพลงไม่ได้นำเสนอความเศร้าแบบฟูมฟาย แต่ใช้มุมมองตลกขบขันและการประชดประชันมาเป็นเกราะป้องกันความอ่อนแอ การเปรียบเทียบว่าตนเองอยู่ก้ำกึ่งระหว่างการเป็นคนและเป็นสุนัข สะท้อนถึงความรู้สึกไม่เข้าพวกและสับสนในบทบาทหน้าที่ที่สังคมคาดหวัง
ในท้ายที่สุด วลี "These sweet instincts ruin my life" สื่อถึงความย้อนแย้งที่ว่า ยิ่งเราพยายามใช้ชีวิตไปตามสัญชาตญาณธรรมชาติมากเท่าไหร่ มันกลับยิ่งทำให้เราดูห่างไกลจากคำว่ามนุษย์ที่ประสบความสำเร็จในระเบียบสังคมมากขึ้นเท่านั้น เสียงประกาศของกัปตันในช่วงท้ายเพลงจึงเปรียบเสมือนการดึงสติผู้ฟังให้ตื่นจากความฟุ้งซ่าน ยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเอง และเดินทางต่อไปในโลกแห่งความเป็นจริง