เนื้อเพลง ธรรมะพลัง - หมีเอก และความหมายเพลง
เพลง: ธรรมะพลัง
ในเมื่อความอยากได้ ไม่มีสิ้นสุด
โลกมนุษย์เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา
เมื่อความโลภ โสมมมันบังตา
สติปัญญาถูกปิดผิดศีลธรรม
ใส่สบงแต่ไม่ได้ทรงพลัง
มีธรรมะนำทางปล่อยวางแล้วทุกสิ่งอย่าง
มีคำสอนเป็นแสงสว่างชี้นำ
ให้หยุดให้ยั้ง ให้รู้ชั่วรู้ดี
หลวงพ่อเสือ หลวงพ่อเสือ มาเพื่อชี้ทางธรรม
ให้เชื่อในกฎแห่งกรรม เชื่อในธรรมความดี
ลดละเลิก โลภโกรธหลง ปล่อยปลงทุกอย่างที่มี
ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ไม่พ้นทุกคนมรณา
ทั้งเพชรนิลจินดา ยศถาบรรดาศักดิ์
จะแย่งชิงแย่งชักกันไปทำไมหนา
เมื่อเกิดมาก็มือเปล่า จะเอาอะไร
เมื่อตายไปก็มือเปล่า เหมือนเจ้ามา
ใส่สบงแต่ไม่ได้ทรงพลัง
มีธรรมะนำทางปล่อยวางแล้วทุกสิ่งอย่าง
มีคำสอนเป็นแสงสว่างชี้นำ
ให้หยุดให้ยั้ง ให้รู้ชั่วรู้ดี
หลวงพ่อเสือ หลวงพ่อเสือ มาเพื่อชี้ทางธรรม
ให้เชื่อในกฎแห่งกรรม เชื่อในธรรมความดี
ลดละเลิก โลภโกรธหลง ปล่อยปลงทุกอย่างที่มี
ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ไม่พ้นทุกคนมรณา มรณา
เนื้อเพลง "ธรรมะพลัง" จากศิลปิน หมีเอก เป็นบทเพลงที่สอดแทรกหลักธรรมคำสอนเพื่อเตือนสติมนุษย์ในยุคปัจจุบันที่มักจะถูกครอบงำด้วยกิเลสตัณหาและความโลภจนขาดศีลธรรม เนื้อหาของเพลงมุ่งเน้นการสะท้อนความจริงของชีวิตว่าสิ่งของนอกกาย ยศถาบรรดาศักดิ์ หรือทรัพย์สมบัติต่างๆ นั้นเป็นเพียงสิ่งสมมติที่ไม่สามารถนำติดตัวไปได้เมื่อยามที่สิ้นลมหายใจ ดั่งคำกล่าวที่ว่าเมื่อเกิดมาก็มามือเปล่า และเมื่อจากไปก็ต้องไปมือเปล่าเช่นกัน
ในอีกแง่หนึ่ง เพลงนี้ยังใช้กุศโลบายและคำฮิตในสังคมอย่าง "ใส่สบงแต่ไม่ได้ทรงพลัง" มาร้อยเรียงเพื่อสื่อสารว่าแก่นแท้ของพุทธศาสนาไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอก แต่อยู่ที่การนำคำสอนมาปฏิบัติจริงเพื่อเป็นแสงสว่างนำทางชีวิต การอ้างถึง "หลวงพ่อเสือ" เป็นการเปรียบเปรยถึงผู้ชี้ทางสว่างให้ผู้ฟังหันมาเชื่อในกฎแห่งกรรม ตระหนักถึงสัจธรรมความจริงเรื่องความตาย (มรณา) และเริ่มต้นลด ละ เลิก ความโลภ ความโกรธ ความหลง เพื่อพบกับความสงบสุขที่แท้จริงจากการปล่อยวาง