เนื้อเพลง ใจไม่เค็ม - หมีธรรมดา (พัทยา) และความหมายเพลง
ศิลปิน: หมีธรรมดา (พัทยา)
เพลง: ใจไม่เค็ม
ตากแดดหน้าดำ แต่เช้ายันค่ำเร่ขายน้ำปลา
คนจนอย่างอ้ายนี่หนา ต้องขายน้ำปลาแต่เช้ายันค่ำ
น้องจำได้บ่ อ้ายเคยส่งอยู่เป็นประจำ
ส่งจนถึงคนงาม ร้านขายส้มตำที่หน้าปากซอย
อ้ายยังจำได้วันแรกที่เธอ โทรสั่งน้ำปลา
พอได้ยินวาจา น้ำเสียงช่างน่า ฟังแล้วชื่นใจ
น้องโทรไปบอกให้อ้ายส่งแหน่เด้อไวๆ
อ้ายกสิไป ส่งถึงสามวัย ให้ทันเวลา
เชื่ออ้ายเถิดหล่า อ้ายนี้บ่ได้เว้าเล่น
ถึงน้ำปลาจะเค็ม แต่ใจไม่เค็มหรอกหนา
ขอเพียงคนดี มีใจให้อ้ายบ่ว่า
เชื่อเถิดแม่กานดา คนขายน้ำปลา ยังบ่มีแฟน
ตากแดดหน้าดำ แต่เช้ายันค่ำเร่ขายน้ำปลา
วอนเถอะนะแก้วตาคนขายน้ำปลายังบ่มีคู่ปอง
สิพานั่งรถ มดบ่ให้ไต ไฮบ่ให้ตอม
ไปกันสองต่อสอง ให้คนเค้ามองว่าเรารักกัน
เชื่ออ้ายเถิดหล่า อ้ายนี้บ่ได้เว้าเล่น
ถึงน้ำปลาจะเค็ม แต่ใจไม่เค็มหรอกหนา
ขอเพียงคนดี มีใจให้อ้ายบ่ว่า
เชื่อเถิดแม่กานดา คนขายน้ำปลา ยังบ่มีแฟน
ตากแดดหน้าดำ แต่เช้ายันค่ำเร่ขายน้ำปลา
วอนเถอะนะแก้วตาคนขายน้ำปลายังบ่มีคู่ปอง
สิพานั่งรถ มดบ่ให้ไต ไฮบ่ให้ตอม
ไปกันสองต่อสอง ให้คนเค้ามองว่าเรารักกัน
เนื้อเพลง "ใจไม่เค็ม" จากศิลปิน หมีธรรมดา (พัทยา) เป็นบทเพลงลูกทุ่งอินดี้อีสานที่มีเนื้อหาน่ารัก ขี้เล่น และเข้าถึงง่าย โดยบอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มสู้ชีวิตคนหนึ่งที่มีอาชีพเร่ขายน้ำปลาตากแดดหน้าดำตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ที่เกิดไปตกหลุมรักแม่ค้าสาวร้านส้มตำหน้าปากซอยจากการที่เธอโทรศัพท์มาสั่งน้ำปลา เพลงนี้เป็นการเกี้ยวพาราสีในสไตล์คนบ้านๆ ที่ซื่อตรงและจริงใจ
ในอีกแง่หนึ่ง เพลงนี้มีการใช้มุกตลกและคำเปรียบเปรยที่เฉียบคมอย่างคำว่า "ถึงน้ำปลาจะเค็ม แต่ใจไม่เค็มหรอกหนา" เพื่อสื่อว่าแม้ตัวเขาจะเป็นเพียงคนจนที่ขายของเค็มๆ แต่หัวใจของเขานั้นเต็มไปด้วยความหวานและความทุ่มเท พร้อมที่จะดูแลคนรักอย่างดีที่สุดชนิดที่ว่า "มดไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม" เพลงนี้จึงสะท้อนถึงคุณค่าของความรักที่ไม่ได้วัดกันที่ฐานะเงินทอง แต่วัดกันที่ความซื่อสัตย์และความจริงใจของคนทำมาหากิน