เนื้อเพลง ดาวหล่น - มอส ขจรจารุกุล และความหมายเพลง
ศิลปิน: มอส ขจรจารุกุล
เพลง: ดาวหล่น
มองดูดาวที่สวย
ก็คงทำได้เพียงแค่มอง
มันยากเหลือเกินอีหมายปอง
จะไขว่คว้าอะไรอย่างนั้น
แค่คนเดินดินที่มองฟ้า
เธอจะคิดอะไรกับฉัน
เมื่อเราสองคน ช่างต่างกัน
อย่าไปหวังให้ใครเขาว่าเลย
ตามองดูดวงดาว แต่ว่าเท้าของฉัน
คนนี้นั้นมันติดดิน
อย่าไปคิด ไปหวังอะไรที่สูงเลย
ตะเกียกตะกายไขว้ คว้า หวังโน้มให้ดาวหล่น
ไม่เจียมไม่สน ไม่สมคู่เธอ
อยากได้เด็ดดอกฟ้า สูงส่งเกินหมายปอง
พี่ทำได้แค่มองให้เจ้าเดินลับตาไป
สิ้นสุดแค่เท่านี้ พี่มันคงต้อยต่ำเกินไป
มีแค่ใจอย่าไปหวังให้ดาวมอง
ตามองดูดวงดาว แต่ว่าเท้าของฉัน
คนนี้ นั้นมัน ติดดิน
อย่าไปคิด ไปหวังอะไรให้สูงเลย
ตะเกียกตะกายไขว้ คว้า หวังโน้มให้ดาวหล่น
ไม่เจียมไม่สน ไม่สมคู่เธอ
อยากได้เด็ดดอกฟ้า สูงส่งเกินหมายปอง
พี่ทำได้แค่มองให้เจ้าเดินลับตาไป
สิ้นสุดแค่เท่านี้ พี่มันคงต้อยต่ำเกินไป
มีแค่ใจ
ตะเกียดตะกายไขว้ คว้า หวังโน้มให้ดาวหล่น
ไม่เจียมไม่สน ไม่สมคู่เธอ
อยากได้เด็ดดอกฟ้า สูงส่งเกินหมายปอง
พี่ทำได้แค่มองให้เจ้าเดินลับตาไป
สิ้นสุดแค่เท่านี้ พี่มันคงต้อยต่ำเกินไป
มีแค่ใจอย่าไปหวังให้ดาวมอง
เนื้อเพลง "ดาวหล่น" จากศิลปิน มอส ขจรจารุกุล เป็นบทเพลงลูกทุ่งอินดี้อีสานที่มีเนื้อหาเศร้าสร้อยและกินใจอย่างมาก โดยหยิบยกคำเปรียบเปรยคลาสสิกอย่าง "ดอกฟ้ากับหมาวัด" หรือการแอบรัก "ดวงดาว" บนท้องฟ้ามาเล่าผ่านมุมมองของชายหนุ่มธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ตระหนักดีถึงความแตกต่างทางชนชั้น สังคม หรือฐานะ ทำให้เขาทำได้เพียงแค่แหงนมองคนรักอยู่ห่างๆ โดยไม่กล้าอาจเอื้อมเข้าไปในชีวิตของเธอ
ในอีกแง่หนึ่ง เพลงนี้สะท้อนถึงความเจียมเนื้อเจียมตัวและความรู้สึกต้อยต่ำในความรัก วลีที่ว่า "เท้ายังคงติดดิน" และการพยายาม "โน้มให้ดาวหล่น" แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่ไร้ความหมายในความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันเป็นไปได้ บทสรุปของเพลงนี้เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวปนหยาดน้ำตา เมื่อฝ่ายชายเลือกที่จะยอมรับความจริงและปล่อยให้ดวงดาวที่งดงามได้ก้าวเดินต่อไปในเส้นทางที่คู่ควร ทิ้งไว้เพียงความทรงจำและความหวังดีจากคนที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากใจดวงเดียว