เนื้อเพลง ต่างกันตรงที่ความทรงจำเป็นแค่นามธรรม - Romancerr และความหมายเพลง
เพลง: ต่างกันตรงที่ความทรงจำเป็นแค่นามธรรม
เช้าที่ดวงตะวันเริ่มทอแสงบางๆ
ทำให้ลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อพบวันใหม่
แต่ใจยังคิดถึงเรื่องเดิม
ถ้าการที่เฝ้ารอใครสักคนมันปวดร้าวเท่าใด
ก็คงเป็นความเจ็บปวดใจที่งดงาม
ยังคิดและยังทบทวน ว่าเรานั้นควรหยุดใจไว้เพียงแค่ไหน
แค่เสียงเธอที่มันยังดังในใจยิ่งฟังยิ่งเพราะกว่าเพลงไหนๆ
รอยยิ้มที่ธรรมดาของเธมันชวนให้ฉันหลงใหล
และยังติดอยู่ในนั้นเหมือนเดิม
ก็มันสวยงามเหลือเกินนะความทรงจำ
ฉันยังมารอตรงนี้ที่เดิม เผื่อบังเอิญได้พบเธอ
จะยิ้มมาแต่อาจจะลืมว่าฉัน เคยรักเธอมากเท่าไร
แต่ไม่เป็นไรหรอกนะ
เชื่อว่าในสักวันคงได้พบกันอีก
ไม่ว่าเวลาหรือสถานที่ใด
หนังสือที่เธอชอบอ่านยังวางอยู่ข้างโคมไฟ
เอาไว้อย่างเดิมไม่หยิบไปไหนเลย
ยังคิดและยังทบทวน ว่าเรานั้นควรหยุดใจไว้เพียงแค่ไหน
แค่เสียงเธอที่มันยังดังในใจยิ่งฟังยิ่งเพราะกว่าเพลงไหนๆ
รอยยิ้มที่ธรรมดาของเธมันชวนให้ฉันหลงใหล
และยังติดอยู่ในนั้นเหมือนเดิม
ก็มันสวยงามเหลือเกินนะความทรงจำ
ฉันยังมารอตรงนี้ที่เดิม เผื่อบังเอิญได้พบเธอ
จะยิ้มมาและบอกว่าคิดถึงเหมือนกัน
อย่างที่ฉันก็คิดถึง และยังรอเสมอ
ในวันที่ฟ้าไม่เคยเป็นใจเลยสักครั้ง
แต่เธอยังอยู่ตรงนั้นยังยืนและยิ้มให้ฉัน
แต่เมื่อเข้าใกล้กลับเลือนหาย
ต่างกันตรงที่ความทรงจำเป็นแค่นามธรรม
ฉันสัมผัสเธอไม่ได้ และต่อให้เอื้อมมือเท่าไร
ก็ไปไม่ถึงสักครั้ง
มันสวยงามเหลือเกินนะความทรงจำ
ฉันยังมารอเธอที่เดิม เผื่อบังเอิญได้พบเธอ
เผื่อเธอยิ้มมาและบอกว่าอยากพบกัน
ก็มันคิดถึงเหลือเกิน ในที่ที่เราเคยเดินร่วมทาง
ยังเฝ้ารอเธอตรงนี้ประจำ
เนื้อเพลง "ต่างกันตรงที่ความทรงจำเป็นแค่นามธรรม" จากศิลปิน Romancerr เป็นบทเพลงอินดี้ซึ้งๆ ที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่ยังจมปลักอยู่กับความรักในอดีตได้อย่างลึกซึ้งและอ้างว้าง เนื้อหาของเพลงบอกเล่าถึงการตื่นมาพบวันใหม่แต่หัวใจยังคงติดอยู่กับเรื่องราวเดิมๆ การเฝ้ารอใครสักคนที่จากไปแล้วแม้จะรู้ว่าสร้างความปวดร้าวให้ตัวเองอย่างมาก แต่ก็ยินดีที่จะเจ็บปวดเพราะมันเป็นความทรงจำที่งดงามที่สุดในชีวิต
ในอีกแง่หนึ่ง เพลงนี้ขยี้ความรู้สึกผ่านท่อนที่พูดถึงความจริงอันโหดร้ายว่า ความทรงจำนั้นเป็นเพียงแค่ "นามธรรม" ที่ต่อให้ภาพของเธอจะดูชัดเจนและงดงามเพียงใดในใจ แต่ในโลกของความจริงเราไม่สามารถสัมผัสตัวเธอได้อีกต่อไปแล้ว และต่อให้เอื้อมมือไขว่คว้าเท่าไหร่ก็ไปไม่ถึง เป็นการสะท้อนถึงการพยายามยอมรับความจริงที่เจ็บปวด ในขณะที่สิ่งของต่างๆ ของเธอยังวางอยู่ที่เดิม และจรรโลงใจตัวเองด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าสักวันอาจบังเอิญได้พบกันอีกครั้ง