เนื้อเพลง คนดีสี่โมงเย็น - เพชร พฤษภา และความหมายเพลง
ศิลปิน: เพชร พฤษภา
เพลง: คนดีสี่โมงเย็น
ตอนเช้าใส่สูทดูดี พูดธรรมะ
มือพนมไหว้พระ หน้าโต๊ะทำงาน
สอนคนอื่นเรื่องดี มีศีลมีธรรม
แต่ในเงามืดนั้น มือไหว้เงินมืดมน
คำว่าความดี มันก็แค่หน้าฉาก
ชีวิตจริงลำบาก แต่ปากยังสอนใคร
ลิ้นหวานเหมือนน้ำผึ้ง
แต่ใจหยาบเหมือนหิน
ยิ้มให้คนทั้งเมือง แต่แอบกินอยู่ข้างใน
ไม่มีใครเห็นแผลที่คนอื่นได้รับ
ไม่มีใครนับหนี้ที่ใจต้องจำ
ความจริงถูกฝัง ในพรมนุ่มหนา
เหมือนฝุ่นใต้พรมเหยียบไปมา
พอถึงสี่โมงเย็น ใครๆ ก็เป็นคนดี
ประวัติที่อ่านวันนี้ ไม่มีด้านมืดที่เคยมี
ชีวิตที่ทำใครพังถูกกลบด้วยน้ำตาพิธี
คนชั่วยังกลายเป็นคนดี ตอนสี่โมงเย็น
พวงหรีดเรียงราย เหมือนเครื่องหมายยศ
ปรบมือให้ชีวิต ที่จบลงในโลง
คำสวดกล่อมโลก ให้เชื่อว่าเขาดี
แม้แผลของคนทั้งชีวิต ยังไม่หายดี
ไม่มีใครเห็นแผลที่คนอื่นได้รับ
ไม่มีใครนับหนี้ที่ใจต้องจำ
ความจริงถูกฝัง ในพรมนุ่มหนา
```html
เหมือนฝุ่นใต้พรมเหยียบไปมา
พอถึงสี่โมงเย็น ใครๆ ก็เป็นคนดี
ประวัติที่อ่านวันนี้ ไม่มีด้านมืดที่เคยมี
ชีวิตที่ทำใครพังถูกกลบด้วยน้ำตาพิธี
คนชั่วยังกลายเป็นคนดี ตอนสี่โมงเย็น
พอถึงสี่โมงเย็น ใครๆ ก็เป็นคนดี
ประวัติที่อ่านวันนี้ ไม่มีด้านมืดที่เคยมี
ชีวิตที่ทำใครพังถูกกลบด้วยน้ำตาพิธี
คนชั่วยังกลายเป็นคนดี ตอนสี่โมงเย็น
เสียงไฟแตกดังแตกดังกลางวันลา
ความจริงถูกเผาพร้อมกาย
เหลือไว้เพียงชื่อที่ดูสวยงาม
บนป้ายหิน ของคำโกหกสุดท้าย
เนื้อเพลง "คนดีสี่โมงเย็น" จากศิลปิน เพชร พฤษภา เป็นบทเพลงสะท้อนและจิกกัดสังคมอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการสร้างภาพและความย้อนแย้งของมนุษย์ วลี "สี่โมงเย็น" สื่อถึงช่วงเวลาในพิธีฌาปนกิจศพตามประเพณีไทย ที่ซึ่งประวัติและเกียรติคุณของผู้ล่วงลับจะถูกอ่านเพื่อสรรเสริญความดีงาม เนื้อหาของเพลงชี้ให้เห็นความจริงอันน่าเศร้าว่า ไม่ว่าชีวิตจริงคนคนนั้นจะเคยสร้างบาดแผลหรือทำร้ายใครไว้มากมายเพียงใด แต่เมื่อถึงเวลาฌาปนกิจ ฉากหน้าและความมืดมนเหล่านั้นกลับถูกกลบฝังไว้ด้วยคำสรรเสริญและพิธีการที่สวยงาม
ในอีกแง่หนึ่ง เพลงนี้เตือนสติให้เรามองผ่านคราบ "คนดี" ฉากหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยตำแหน่ง หน้าตาในสังคม หรือคำพูดคำสอนที่ดูเปี่ยมศีลธรรม ทว่าจิตใจกลับเต็มไปด้วยความโลภและการฉกฉวยโอกาส ความจริงที่ถูกซุกไว้ใต้พรมและบาดแผลของผู้ถูกกระทำอาจไม่เคยถูกพูดถึงในพิธีลาลับ แต่บทเพลงนี้ได้ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสะท้อนความจริงอันตลกร้ายว่า สุดท้ายแล้วป้ายชื่อหรือประวัติที่สวยงามในวาระสุดท้ายของชีวิต อาจเป็นเพียงคำโกหกฉากสุดท้ายที่สังคมร่วมกันสร้างขึ้นมาเท่านั้น