แปลเพลง atlas - keshi ความหมายเพลง

แปลเพลง "atlas" ของศิลปินขวัญใจคนเหงาอย่าง keshi เป็นบทเพลงทางเลือกสไตล์โลไฟ (Lo-Fi/Alternative) ที่อบอวลไปด้วยความหม่นหมองและการสำรวจจิตใจอันแสนเปราะบาง เนื้อหาของเพลงบอกเล่าถึงความรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างรุนแรงจากการต้องแบกรับภาระ ความคาดหวัง และความกดดันของโลกใบนี้เอาไว้เพียงลำพัง จนถึงจุดที่ร่างกายและจิตใจแทบจะทรุดลงไปกับพื้น (falling to my knees) เพลงนี้เปรียบเสมือนการส่งเสียงระบายความอึดอัดของคนที่กำลังหลงทางและต้องการใครสักคนมาช่วยพยุงกลับบ้านเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เพลงยังใช้การอุปมาอุปไมยถึงเทพ "แอตลาส" (Atlas) ตามตำนานกรีกโบราณผู้มีหน้าที่แบกท้องฟ้าไว้บนบ่า แต่ในเพลงนี้แอตลาสกลับยักไหล่และปฏิเสธที่จะแบกรับก้อนหินหนาหนักนั้นอีกต่อไป ซึ่งสะท้อนถึงตัวตนของ keshi ที่อยากจะปล่อยวางทุกสิ่งแล้วหลบหนีไปจากความจริงอันโหดร้าย ไม่ว่าจะเป็นการพึ่งพาแอลกอฮอล์เพื่อดับความเจ็บปวด หรือการปรารถนาที่จะหลับใหลไปยาวๆ เพื่อตื่นขึ้นมาในตอนที่โตกว่านี้ เพลงนี้จึงถ่ายทอดความโดดเดี่ยวและความกลัวต่ออนาคตที่ไม่สามารถควบคุมได้ออกมาได้อย่างซื่อสัตย์และกินใจ

แปลเพลง atlas โดย keshi

I can't take it
ฉันรับมันต่อไปไม่ไหวแล้ว
Tired, I'm falling to my knees
เหนื่อยล้าเหลือเกิน จนฉันแทบจะทรุดเข่าลงกับพื้น
I'm weighted
มันหนักอึ้งไปหมด
Carry me home like you used to
ช่วยพยุงฉันกลับบ้านเหมือนที่เธอเคยทำทีนะ
When I burn my organs
ในยามที่ฉันดื่มเหล้าจนแผดเผาอวัยวะข้างใน
Pour the Bourbon
รินเหล้าเบอร์เบินลงไปอีกสิ
Bear my burdens for the moment
ช่วยแบกรับภาระของฉันเอาไว้สักชั่วครู่ก็ยังดี
Can I get some help? That's a hell no
ฉันจะขอความช่วยเหลือจากใครได้บ้างไหม? คำตอบคือไม่มีทางซะหรอก
But I bet she'd break her neck for that cell phone
แต่ฉันพนันได้เลยว่าเธอคนนั้นคงยอมก้มหน้าก้มตาอยู่กับโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นมากกว่า

Atlas shrugged his shoulders
เทพแอตลาสทำท่ายักไหล่
Said he'd drop that boulder
และบอกว่าเขาจะโยนหินก้อนมหึมานั้นทิ้งไปแล้ว
Call me in the morning when I'm sober
ไว้ค่อยโทรหาฉันตอนเช้าตอนที่ฉันหายเมาแล้วกันนะ
Find me in the corner, in a coma
หรือจะมาหาฉันที่มุมห้อง ในสภาพที่หมดสติไปแล้วก็ได้
Bottoms up, never stop
หมดแก้วไปเลย อย่าเพิ่งหยุด
I don't think we had enough
ฉันไม่คิดว่าพวกเราดื่มกันพอแล้วหรอกนะ
Out of touch, maybe I don't give a fuck
ขาดการติดต่อจากโลกภายนอก และบางทีฉันก็ไม่สนแม่งอะไรอีกแล้ว
Probably not, yeah, I think I'm falling off
คงไม่สนใจแล้วล่ะ ใช่เลย ฉันคิดว่าตัวเองกำลังดิ่งลงเหว
Falling off, yeah
กำลังดิ่งลงไปแล้วล่ะ ใช่เลย

I don't belong here, lemme start over
ฉันไม่คู่ควรกับที่นี่เลย ขอฉันเริ่มต้นใหม่อีกครั้งเถอะ
I wanna sleep so wake me up when I'm older
ฉันอยากจะนอนหลับยาวๆ เพราะงั้นช่วยปลุกฉันตอนที่ฉันโตกว่านี้ทีนะ
Do not disturb, lost when I'm dreaming
กรุณาอย่ารบกวน ฉันกำลังหลงทางอยู่ในความฝันของตัวเอง
Kick to the curb all my angels and demons
เตะพวกเทวดาและปีศาจทั้งหมดในหัวของฉันทิ้งไปข้างทางซะ

Guess I'm a little bit scared of the things that I don't understand
ฉันคิดว่าฉันคงกลัวสิ่งต่างๆ ที่ฉันไม่เข้าใจอยู่แหละมั้ง
Finding semblance of comfort that nothing will go like I planned
พยายามหาความสบายใจปลอมๆ ว่าไม่มีสิ่งใดที่จะเป็นไปตามที่ฉันวางแผนไว้หรอก

Atlas shrugged his shoulder
เทพแอตลาสทำท่ายักไหล่
Said he'd drop that boulder
และบอกว่าเขาจะโยนหินก้อนมหึมานั้นทิ้งไปแล้ว
Call me in the morning when I'm sober
ไว้ค่อยโทรหาฉันตอนเช้าตอนที่ฉันหายเมาแล้วกันนะ
Find me in the corner, in a coma
หรือจะมาหาฉันที่มุมห้อง ในสภาพที่หมดสติไปแล้วก็ได้
Bottoms up, never stop
หมดแก้วไปเลย อย่าเพิ่งหยุด
I don't think we had enough
ฉันไม่คิดว่าพวกเราดื่มกันพอแล้วหรอกนะ
Out of touch, maybe I don't give a fuck
ขาดการติดต่อจากโลกภายนอก และบางทีฉันก็ไม่สนแม่งอะไรอีกแล้ว
Probably not, yeah, I think I'm falling off
คงไม่สนใจแล้วล่ะ ใช่เลย ฉันคิดว่าตัวเองกำลังดิ่งลงเหว
Falling off, yeah
กำลังดิ่งลงไปแล้วล่ะ ใช่เลย

Bottoms up, never stop
หมดแก้วไปเลย อย่าเพิ่งหยุด
I don't think we had enough
ฉันไม่คิดว่าพวกเราดื่มกันพอแล้วหรอกนะ
Out of touch, maybe I don't give a fuck
ขาดการติดต่อจากโลกภายนอก และบางทีฉันก็ไม่สนแม่งอะไรอีกแล้ว
Probably not, yeah, I think I'm falling off
คงไม่สนใจแล้วล่ะ ใช่เลย ฉันคิดว่าตัวเองกำลังดิ่งลงเหว
Falling off, yeah
กำลังดิ่งลงไปแล้วล่ะ ใช่เลย

สรุปเนื้อหาเพลง atlas keshi

สรุปเนื้อหาโดยรวมของเพลง "atlas" คือการถ่ายทอดสภาวะวิกฤตทางอารมณ์ (Existential Dread) และความเหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิตในโลกปัจจุบันที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว เพลงนี้สะท้อนมุมมองของคนที่รู้สึกว่าตนเองแบกรับสิ่งต่างๆ ไว้มากเกินไปจนทนไม่ไหว และเลือกที่จะใช้วิธีหลบหนีความจริง (Escapism) ทั้งการดื่มเพื่อลืมความเจ็บปวด หรือการปิดกั้นตัวเองจากสังคมรอบข้างเพื่อรักษาจิตใจที่แตกสลาย

ในท้ายที่สุด การดิ่งลงเหว (falling off) ที่ปรากฏในเพลง จึงไม่ใช่แค่การเมามาย แต่หมายถึงการปล่อยให้ตัวเองหลุดลอยไปจากความคาดหวังของโลก เพลงนี้เป็นตัวแทนของความโดดเดี่ยวในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้น (Quarter-life crisis) ที่ต้องเผชิญหน้ากับความกลัวในสิ่งที่ไม่เข้าใจ และเรียนรู้ที่จะยอมรับว่าชีวิตอาจไม่ได้สวยงามหรือเป็นไปตามแผนการที่เคยวาดฝันไว้เสมอไป