แปลเพลง See The Light - Stephen Sanchez ความหมายเพลง
แปลเพลง "See The Light" โดย Stephen Sanchez เป็นบทเพลงที่ถ่ายทอดอารมณ์ความถวิลหาและความสับสนในความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและจางหายไปราวกับสายลม เนื้อหาพูดถึงความทรงจำของหญิงสาวที่จากไปก่อนรุ่งสาง ทิ้งไว้เพียงเปลวไฟแห่งความรักที่ยังคงแผดเผาอยู่ในใจของชายหนุ่ม สื่อถึงช่วงเวลาที่ทั้งคู่พยายามจะเชื่อมต่อกันแต่กลับพบกับความกลัวที่จะตกหลุมรักจนสุดท้ายต้องตกอยู่ในสภาวะของการเฝ้ารออย่างโดดเดี่ยว
ในแง่ของความหมายเชิงลึก เพลงนี้แสดงให้เห็นถึงจุดเปราะบางของมนุษย์เมื่อความรักกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัว การโหยหาใครสักคนให้ช่วยพยุงเราไว้ท่ามกลางความมืดมิดจนกว่าจะมองเห็นแสงสว่างอีกครั้ง เป็นการเปรียบเทียบถึงการต้องการที่พึ่งพิงทางใจเพื่อก้าวผ่านความเจ็บปวดจากการสูญเสียและการปะทะกันของอารมณ์ที่รุนแรง สื่อออกมาผ่านท่วงทำนองที่คลาสสิกแต่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดที่ทันสมัย
| Original Lyrics | คำแปลเพลงเป็นภาษาไทย |
|---|---|
| She was gone before the morning came Down the fire escape She ran wild Ran wild |
เธอจากไปก่อนที่เช้าวันใหม่จะมาถึง ลงไปตามทางหนีไฟ เธอวิ่งไปอย่างไร้จุดหมาย วิ่งไปอย่างบ้าคลั่ง |
| In my heart a burning flame I thought it couldn't change Her mind and mine |
ในใจของผมยังมีเปลวไฟที่แผดเผา ผมคิดว่ามันไม่สามารถเปลี่ยนใจ ของเธอและของผมได้เลย |
| Love was such a scary thing You didn't wanna fall I didn't want you at all Now I'm waiting by a cold window Until the sun has gone |
ความรักมันเป็นสิ่งที่น่ากลัวเหลือเกิน คุณไม่อยากจะตกหลุมรัก และผมเองก็ไม่ได้ต้องการคุณเลยในตอนแรก แต่ตอนนี้ผมกลับนั่งรออยู่ริมหน้าต่างที่หนาวเหน็บ จนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไป |
| Oh, my my Oh, my my my Now, don't think twice Hold me up until you see the- Darkness that I couldn't find Lying by your side Hold me up until you see the light |
โอ้ ให้ตายเถอะ โอ้ คุณพระช่วย ตอนนี้อย่ามัวแต่ลังเลเลย ช่วยพยุงผมไว้จนกว่าคุณจะมองเห็น ความมืดมิดที่ผมหาไม่เจอ ตอนที่นอนอยู่เคียงข้างคุณ ช่วยพยุงผมไว้จนกว่าคุณจะมองเห็นแสงสว่าง |
| On words we fumbled in the strangest way But, still we're losing space Tongue tied Tongue tied |
เราต่างคลำหาคำพูดกันอย่างประหลาด แต่เราก็ยังคงสูญเสียระยะห่างระหว่างกัน พูดไม่ออก เหมือนน้ำท่วมปาก |
| And both our shadows spun all round' the room Then into one from two We collide Collide |
และเงาของเราทั้งคู่ก็หมุนไปรอบห้อง จากสองเงาก็หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เราปะทะกัน หลอมรวมเข้าหากัน |
| Love was such a scary thing You didn't wanna fall I didn't want you at all Now I'm waiting by a cold window Until the sun has gone |
ความรักมันเป็นสิ่งที่น่ากลัวจริงๆ คุณไม่กล้าที่จะปล่อยตัวปล่อยใจ ส่วนผมเองก็ไม่เคยคิดจะรักคุณ แต่ตอนนี้ผมกลับเฝ้ารอตรงหน้าต่างอันอ้างว้าง จนตะวันดับแสงลง |
| Oh, my my Oh, my my my Now, don't think twice Hold me up until you see the- Darkness that I couldn't find Lying by your side Hold me up until you see the light |
โอ้ ให้ตายสิ โอ้ ที่รัก อย่าคิดซ้ำสองเลยในตอนนี้ โอบกอดผมไว้จนกว่าคุณจะมองเห็น ความหม่นหมองที่ผมมองข้ามไป ในยามที่ทอดตัวลงข้างคุณ โอบกอดผมไว้จนกว่าคุณจะเห็นแสงสว่างดวงนั้น |
| Oh, my my Oh, my my my |
โอ้ ที่รัก โอ้ หัวใจของผม |
| Oh, my my Oh, my my my Now, don't think twice Hold me up until you see the- Darkness that I couldn't find Lying by your side Hold me up until you see the light |
โอ้ ให้ตายเถอะ โอ้ คุณพระช่วย อย่ามัวลังเลใจไปเลย ช่วยดึงผมขึ้นมาจนกว่าคุณจะมองเห็น ความมืดมิดที่ผมเคยหาไม่เจอ ตอนที่อยู่ข้างกายคุณ ช่วยพยุงผมไว้จนกว่าคุณจะมองเห็นแสงสว่าง |
| Oh, my my Oh, my my my |
โอ้ ที่รัก โอ้ หัวใจของผม |
สรุปได้ว่า "See The Light" เป็นการเดินทางผ่านความวุ่นวายของอารมณ์ที่มาพร้อมกับความรักที่ไม่ได้วางแผนไว้ เพลงนี้สะท้อนถึงการปะทะกันระหว่างความปรารถนาและความกลัว ซึ่งถ่ายทอดออกมาผ่านภาพของเงาที่หลอมรวมกันในห้องที่เงียบเหงา มันเป็นคำอ้อนวอนขอการสนับสนุนและความเข้าใจจากใครสักคนในเวลาที่เราสูญเสียทิศทาง เพื่อช่วยให้เราหลุดพ้นจากความมืดมิดในจิตใจและกลับมาพบแสงสว่างอีกครั้ง
ท้ายที่สุด บทเพลงนี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจว่าความรักแม้จะน่ากลัวและทำให้เราสับสนเพียงใด แต่มันก็เป็นเพียงสิ่งเดียวที่สามารถนำทางเราผ่านช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดได้ การยอมรับความเปราะบางของตนเองและขอให้ใครสักคน "ประคอง" เราไว้ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้เรามองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้