แปลเพลง more - keshi ความหมายเพลง
แปลเพลง "more" ของศิลปินหนุ่มแนวอินดี้โลไฟอาร์แอนด์บีชื่อดัง keshi เป็นบทเพลงที่สะท้อนถึงความขัดแย้งในใจอันน่าปวดหัวระหว่างความสำเร็จในหน้าที่การงานและความสัมพันธ์ที่กำลังจะพังทลาย เนื้อหาของเพลงบอกเล่าถึงความรู้สึกของคนรักที่ต้องการเวลาและความใส่ใจจากเขามากกว่าเดิม (want more) แต่ตัวเขาเองกลับต้องทุ่มเทเวลาให้กับการทัวร์คอนเสิร์ต การทำเพลง และการหาเงิน จนรู้สึกว่าตัวเองทำหน้าที่คนรักได้ไม่ดีพอและกำลังจะถอดใจกับความกดดันนี้
นอกจากนี้ เพลงยังถ่ายทอดความโดดเดี่ยวเบหลังแสงไฟสปอตไลท์ แม้ว่าในคอนเสิร์ตจะมีแฟนเพลงคอยส่งเสียงเชียร์ตื่นเต้นกับเพลงที่เขาเขียนมากแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้วเขากลับรู้สึกว่างเปล่าและคิดถึงบ้านใจจะขาด การต้องเลือกระหว่าง "หน้าที่ที่ต้องทำ" กับ "คนที่รัก" นำมาซึ่งความเหนื่อยล้าทางจิตใจจนแทบจะทนไม่ไหว เพลงนี้จึงเป็นตัวแทนของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรัก แต่กลับต้องพ่ายแพ้ให้กับระยะทางและภาระหน้าที่ในชีวิตจริง
แปลเพลง more โดย keshi
Said she want more, I'm not enough
เธอบอกว่าเธอต้องการมากกว่านี้ และฉันยังดีไม่พอ
Getting low and I think I'm giving up
ความรู้สึกฉันมันดิ่งลงเรื่อยๆ และฉันคิดว่าฉันกำลังจะยอมแพ้แล้ว
Baby, come home, I want us
ที่รัก กลับมาบ้านเถอะ ฉันอยากให้เราอยู่ด้วยกัน
I want us, said I want us
ฉันอยากให้มีเราสองคน ฉันบอกว่าฉันอยากให้มีเรา
Said she want more, I'm not enough
เธอบอกว่าเธอต้องการมากกว่านี้ และฉันยังดีไม่พอ
Getting low and I think I'm giving up
ความรู้สึกฉันมันดิ่งลงเรื่อยๆ และฉันคิดว่าฉันกำลังจะยอมแพ้แล้ว
Baby, come home, I want us
ที่รัก กลับมาบ้านเถอะ ฉันอยากให้เราอยู่ด้วยกัน
I want us, said I want us
ฉันอยากให้มีเราสองคน ฉันบอกว่าฉันอยากให้มีเรา
Said I gotta get money, swear I still love you
ฉันบอกว่าฉันต้องไปหาเงิน แต่สาบานได้เลยว่าฉันยังรักเธอเสมอนะ
I don't wanna go but you know that I have to
ฉันไม่อยากจากไปเลย แต่เธอก็รู้ใช่ไหมว่าฉันจำเป็นต้องทำ
Touch road, gotta play shows
ออกเดินทาง ต้องไปเปิดการแสดงคอนเสิร์ต
Crowd go wild for the shit I wrote
ผู้คนต่างพากันคลั่งไคล้ในบทเพลงที่ฉันเขียนขึ้นมา
But this shit so-so, lose control
แต่ความจริงมันก็งั้นๆ แหละ จนฉันเริ่มสูญเสียการควบคุมตัวเอง
Gotta change up everything I know
ต้องปรับเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยรู้จัก
Better, run ways when you smell that smoke
ทางที่ดี วิ่งหนีไปซะเถอะถ้าเธอเริ่มได้กลิ่นควันไฟนั้น
Better, hold me when my head gon' blow like
ทางที่ดี ช่วยกอดฉันไว้หน่อย ก่อนที่หัวของฉันจะระเบิดออกมา
Hasta la vista
แล้วพบกันใหม่นะ
Dying to see ya in a dream that I had
ฉันอยากเจอเธอแทบขาดใจในความฝันที่ฉันเคยมี
Where I sing in arenas
ความฝันที่ฉันได้ร้องเพลงในฮอลล์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่
Hasta la vista
แล้วพบกันใหม่นะ
Dying to see ya
อยากเจอเธอเหลือเกิน
Baby, it ain't so bad
ที่รัก มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก
When there's nothing between us
เวลาที่ไม่มีอะไรมาขวางกั้นระหว่างเราสองคน
Said she want more, I'm not enough
เธอบอกว่าเธอต้องการมากกว่านี้ และฉันยังดีไม่พอ
Getting low and I think I'm giving up
ความรู้สึกฉันมันดิ่งลงเรื่อยๆ และฉันคิดว่าฉันกำลังจะยอมแพ้แล้ว
Baby, come home, I want us
ที่รัก กลับมาบ้านเถอะ ฉันอยากให้เราอยู่ด้วยกัน
I want us, said I want us
ฉันอยากให้มีเราสองคน ฉันบอกว่าฉันอยากให้มีเรา
Said she want more, I'm not enough
เธอบอกว่าเธอต้องการมากกว่านี้ และฉันยังดีไม่พอ
Getting low and I think I'm giving up
ความรู้สึกฉันมันดิ่งลงเรื่อยๆ และฉันคิดว่าฉันกำลังจะยอมแพ้แล้ว
Baby, come home, I want us
ที่รัก กลับมาบ้านเถอะ ฉันอยากให้เราอยู่ด้วยกัน
I want us, said I want us
ฉันอยากให้มีเราสองคน ฉันบอกว่าฉันอยากให้มีเรา
Gone so fast, all the bad habits
พฤติกรรมแย่ๆ ทั้งหมดมันเกิดขึ้นและผ่านไปไวเหลือเกิน
Not gon' last, better run back, kid
มันคงอยู่ได้ไม่นานหรอก วิ่งกลับไปจะดีกว่านะไอ้หนู
Just so sad, worse than last year
มันช่างเศร้าเหลือเกิน แย่ยิ่งกว่าปีที่แล้วซะอีก
Just might crash, just might crash
ฉันอาจจะพังทลายลงไปเลยก็ได้ อาจจะพังลงไปเลย
Just might
อาจจะจริงๆ
Everybody left except for you and I
ทุกคนต่างจากไปหมดแล้ว เหลือเพียงแค่เธอและฉัน
She don't want stories and lullabies
เธอไม่ได้ต้องการเรื่องเล่าหรือเพลงกล่อมนอนอะไรทั้งนั้น
She don't understand that it's do or die
เธอไม่เข้าใจเลยว่าสำหรับฉันแล้วมันคือการเดิมพันด้วยชีวิต
Said I can buy it all but it's all a lie
ที่บอกว่าฉันสามารถกว้านซื้อทุกอย่างมาให้ได้ แท้จริงแล้วมันคือเรื่องโกหกทั้งเพ
No trade for the things I lost
ไม่มีสิ่งใดสามารถมาแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่ฉันสูญเสียไปได้
No train for the boy that stopped
ไม่มีรถไฟขบวนไหนที่จะหยุดรอเด็กหนุ่มคนนั้นอีกแล้ว
Run ways into these arms of mine
วิ่งหนีเข้ามาสู่อ้อมแขนนี้ของฉันเถอะ
No trade for the things I lost
ไม่มีสิ่งใดสามารถมาแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่ฉันสูญเสียไปได้
No train for the boy that stopped
ไม่มีรถไฟขบวนไหนที่จะหยุดรอเด็กหนุ่มคนนั้นอีกแล้ว
Run ways into these arms of mine
วิ่งหนีเข้ามาสู่อ้อมแขนนี้ของฉันเถอะ
Said she want more, I'm not enough
เธอบอกว่าเธอต้องการมากกว่านี้ และฉันยังดีไม่พอ
Getting low and I think I'm giving up
ความรู้สึกฉันมันดิ่งลงเรื่อยๆ และฉันคิดว่าฉันกำลังจะยอมแพ้แล้ว
Baby, come home, I want us
ที่รัก กลับมาบ้านเถอะ ฉันอยากให้เราอยู่ด้วยกัน
I want us, said I want us
ฉันอยากให้มีเราสองคน ฉันบอกว่าฉันอยากให้มีเรา
Said she want more, I'm not enough
เธอบอกว่าเธอต้องการมากกว่านี้ และฉันยังดีไม่พอ
Getting low and I think I'm giving up
ความรู้สึกฉันมันดิ่งลงเรื่อยๆ และฉันคิดว่าฉันกำลังจะยอมแพ้แล้ว
Baby, come home, I want us
ที่รัก กลับมาบ้านเถอะ ฉันอยากให้เราอยู่ด้วยกัน
I want us, said I want us
ฉันอยากให้มีเราสองคน ฉันบอกว่าฉันอยากให้มีเรา
Said she want more, I'm not enough
เธอบอกว่าเธอต้องการมากกว่านี้ และฉันยังดีไม่พอ
Getting low and I think I'm giving up
ความรู้สึกฉันมันดิ่งลงเรื่อยๆ และฉันคิดว่าฉันกำลังจะยอมแพ้แล้ว
Baby, come home, I want us
ที่รัก กลับมาบ้านเถอะ ฉันอยากให้เราอยู่ด้วยกัน
I want us, said I want us
ฉันอยากให้มีเราสองคน ฉันบอกว่าฉันอยากให้มีเรา
สรุปเนื้อหาเพลง more keshi
สรุปเนื้อหาโดยรวมของเพลง "more" คือการสะท้อนความเหงาและความกดดันของศิลปินที่ต้องแลกความสำเร็จในความฝันกับความสุขในชีวิตส่วนตัว บทเพลงนี้แสดงให้เห็นว่าเงินทอง ชื่อเสียง หรือเสียงเชียร์จากแฟนเพลงไม่ออกสามารถทดแทนความอบอุ่นของคนรักที่บ้านได้ และเมื่อไม่สามารถแบ่งเวลาให้ความรักได้อย่างเต็มที่ ความสัมพันธ์ก็เริ่มจืดจางลงจนทำให้เขารู้สึกท้อแท้และอยากจะล้มเลิกทุกอย่าง
ในท้ายที่สุด เพลงนี้เป็นภาพตัวแทนของความรักในโลกแห่งความจริงที่สวนทางกับความทะเยอทะยาน แม้ปากจะบอกว่า "อยากให้มีเรา" และพยายามอ้อนวอนให้เธอกลับมาสู่อ้อมกอด แต่ภาระหน้าที่ที่รัดตัวก็ทำให้ความสัมพันธ์นี้ยากที่จะไปรอด เพลงนี้จึงเข้าถึงใจคนฟังวัยรุ่นและวัยทำงานที่กำลังเผชิญปัญหาในการจัดสมดุลชีวิตระหว่างการทำงานและความรักได้เป็นอย่างดี