แปลเพลง Theater - natori ความหมายเพลง

แปลเพลง "Theater" ของศิลปินและโปรดิวเซอร์หนุ่มไฟแรง natori เป็นบทเพลงเจพ็อปที่มีท่วงทำนองอันเป็นเอกลักษณ์และแฝงไปด้วยความหมายสุดลึกซึ้ง ดาร์ก และประชดประชัน เนื้อหาของเพลงเปรียบเปรยการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันเหมือนกับการแสดงในโรงละคร (Theater) ที่ทุกคนต่างต้องสวมหน้ากากและกลืนกินความโกหกเพื่อเอาชีวิตรอดไปวันๆ ท่ามกลางชีวิตที่ไร้ทางหนีและเต็มไปด้วยความว่างเปล่าราวกับขยะชิ้นหนึ่ง

นอกจากนี้ เพลงยังสะท้อนถึงความย้อนแย้งในใจของคนที่พยายามทำตามคำสั่งของคนอื่นเพื่อความ "ปกติ" แต่ลึกๆ แล้วส่วนที่อยู่ลึกที่สุดกลับเน่าเฟะและแปดเปื้อนไปด้วยสิ่งสกปรก ความรักและความสาบานที่แปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจผิดและการหลอกลวงค่อยๆ กัดกินตัวตนจนบ้าคลั่งราวกับสัตว์ป่า เพลงนี้จึงเป็นตัวแทนของความสิ้นหวังในชีวิตที่ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียง "ละครตลก" (Comedy) เรื่องหนึ่ง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเมื่อม่านปิดลง สิ่งที่หลงเหลืออยู่กลับมีเพียงแค่ความจริงอันจอมปลอมเท่านั้น

แปลเพลง Theater โดย natori

ああ、逃げ道がないの
อา ไม่มีทางให้หนีไปได้เลย
aa, nigemichi ga nai no
ひとり、がらくたのような生活に空いた穴
ตัวคนเดียว กับรูกว้างที่เจาะลึกในชีวิตที่ไร้ค่าราวกับเศษขยะ
hitori, garakuta no you na seikatsu ni aita ana
もう、忘れてしまって
ลืมมันไปให้หมดสิ้นเสียทีเถอะ
mou, wasurete shimatte
あの、日々と同じような
หากต้องใช้ชีวิตให้เหมือนกับวันเก่าๆ เหล่านั้น
ano, hibi to onaji you na
「普通」を生きればいい?
ฉันควรจะอยู่แบบคน "ปกติ" ทั่วไปใช่ไหม?
"futsuu" wo ikireba ii?
そう、長い目で見れば喜劇のよう
ใช่แล้ว หากมองในระยะยาวมันคงดูเหมือนกับละครตลก
sou, nagai me de mireba kigeki no you
本当は、まったくの嘘
แต่ความจริงแล้ว มันคือเรื่องโกหกทั้งเพ
hontou wa, mattaku no uso
また、自由の奴隷になっていく
แล้วฉันก็ต้องกลับไปตกเป็นทาสของอิสรภาพอีกครั้ง
mata, jiyuu no dorei ni natte iku
皆々、楽しそうに歌う
ผู้คนมากมายต่างพากันร้องเพลงอย่างสนุกสนาน
minamina, tanoshisou ni utau

嘘で胃を満たして、飢えに飢えていく
เติมเต็มกระเพาะด้วยคำลวง แต่กลับยิ่งหิวโหยลงไปเรื่อยๆ
uso de i wo mitashite, ue ni uete iku
誰彼も彷徨えるアイロニー
ไม่ว่าใครต่างก็กำลังหลงทางอยู่ในความย้อนแย้งนี้
dareka mo samayoeru aironii
ずっと、続く悪夢のなかで
ท่ามกลางฝันร้ายที่ยังคงดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุด
zutto, tsuduku akumu no naka de
僕は、あなたを待っていたって
ตัวฉันก็ยังคงเฝ้ารอเธออยู่ตรงนี้
boku wa, anata wo matte itatte
言葉足らずな愛で、故に熟れていく
ด้วยความรักที่ไม่อาจหาคำไหนมาอธิบาย มันจึงสุกงอมเกินไป
kotoba tarazu na ai de, yue ni urete iku
果物のように腐っていく
และค่อยๆ เน่าเปื่อยลงไปเหมือนกับผลไม้
kudamono no you ni kusatte iku
それが酷く美しくて、涙をこぼした
แต่มันกลับงดงามอย่างร้ายกาจ จนฉันต้องหลั่งน้ำตาออกมา
sore ga hidoku utsukushikte, namida wo koboshita
ああ、これで時間切れ?
อา นี่หมดเวลาแล้วอย่างนั้นเหรอ?
aa, kore de jikangire?

あくまで、あなたの言うとおりに生きて
มีชีวิตอยู่เพื่อทำตามคำที่เธอพูดทุกประการ
aku made, anata no iu toori ni ikite
あくまで、私の言うとおりに生きて
มีชีวิตอยู่เพื่อทำตามคำที่ฉันพูดทุกประการ
aku made, watashi no iu toori ni ikite
それで、何がわかった?
แล้วผลลัพธ์คือเราได้เข้าใจอะไรบ้างล่ะ?
sore de, nani ga wakatta?
根や幹に近い部分は、真っ黒に汚れている
ส่วนที่อยู่ลึกใกล้กับรากและลำต้นนั้น มันแปดเปื้อนจนเป็นสีดำสนิทไปหมดแล้ว
ne ya miki ni chikai bubun wa, makkuro ni yogoretaru

秘密になるまで、嘘に変わるまで
จนกว่ามันจะกลายเป็นความลับ จนกว่ามันจะแปรเปลี่ยนเป็นคำลวง
himitsu ni naru made, uso ni kawaru made
傷ついて、汚れてしまうまで
จนกว่าจะต้องเจ็บปวด และแปดเปื้อนจนไม่เหลือชิ้นดี
kizutsuite, yogorete shimau made
ずっと、続く悪夢のなかに
ท่ามกลางฝันร้ายที่ยังคงดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุด
zutto, tsuduku akumu no naka ni
きっと、あなたがいないとしたって
แม้ว่าในนั้นจะไม่มีเธออยู่แล้วก็ตาม
kitto, anata ga inai to shitatte
言葉足らずな誓いも、じきに褪せていく
คำสาบานที่ไร้ความหมายไม่นานก็คงจะซีดจางไป
kotoba tarazu na chikai mo, jiki ni asete iku
時間すら、僕を置いていく
แม้กระทั่งเวลาก็ยังทิ้งฉันเอาไว้เบื้องหลัง
jikan sura, boku wo oite iku
どれも、これも美しいんだ 笑えるくらいに
ไม่ว่าสิ่งไหนๆ มันก็ช่างงดงามจนน่าหัวร่องอหาย
dore mo, kore mo utsukushiinda waraeru kurai ni
もう、これで時間切れ
เอาล่ะ ตอนนี้หมดเวลาลงแล้ว
mou, kore de jikangire

秘密になるまで、嘘に変わるまで
จนกว่ามันจะกลายเป็นความลับ จนกว่ามันจะแปรเปลี่ยนเป็นคำลวง
himitsu ni naru made, uso ni kawaru made
傷ついて、汚れてしまうまで
จนกว่าจะต้องเจ็บปวด และแปดเปื้อนจนไม่เหลือชิ้นดี
kizutsuite, yogorete shimau made
ずっと、続く悪夢のなかに
ท่ามกลางฝันร้ายที่ยังคงดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุด
zutto, tsuduku akumu no naka ni
きっと、あなたがいないとしたって
แม้ว่าในนั้นจะไม่มีเธออยู่แล้วก็ตาม
kitto, anata ga inai to shitatte

言葉足らずな愛で、僕を殺して
ฆ่าฉันให้ตายด้วยความรักที่ไม่อาจสรรหาคำพูดใดมาทดแทนทีเถอะ
kotoba tarazu na ai de, boku wo koroshite
そこには、あなたがいなくたって
ถึงแม้ว่าตรงนั้นจะไม่มีเธออยู่แล้วก็ตาม
soko ni wa, anata ga inakutatte
ひとつ、また愛を手放した
ฉันได้ปล่อยมือจากความรักไปอีกหนึ่งครั้งแล้ว
hitotsu, mata ai wo tebanashita
なんて、喜劇だ!残ったものは嘘だけ
ช่างเป็นละครตลกอะไรอย่างนี้! สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงแค่เรื่องโกหก
nante, kigeki da! nokotta mono wa uso dake

言葉足らずな愛で、僕は壊れていく
ฉันกำลังพังทลายลงด้วยความรักที่ไม่เคยดีพอ
kotoba tarazu na ai de, boku wa kowarete iku
獣のように狂っていく
และกำลังบ้าคลั่งไปราวกับสัตว์ร้าย
kemono no you ni kurutte iku
それは演じきれなかった、僕への罰だ
นั่นคือบทลงโทษสำหรับตัวฉันที่ไม่สามารถแสดงบทบาทนี้ให้จบลงได้
sore wa enjikirenakatta, boku he no batsu da

สรุปเนื้อหาโดยรวมของเพลง "Theater" คือเรื่องราวความรักและความสัมพันธ์ที่ถูกเปรียบเทียบเป็นการแสดงละครอันจอมปลอม ตัวละครในเพลงพยายามดิ้นรนและฝืนแสดงบทบาทที่สังคมหรืออีกฝ่ายกำหนดไว้จนถึงขีดสุด แต่ในที่สุดความพยายามเหล่านั้นก็กลายมาเป็นบทลงโทษที่ย้อนกลับมาทำลายตัวเอง การปล่อยมือจากความรักและการยอมรับว่าชีวิตที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่เรื่องโกหกสะท้อนถึงจุดสิ้นสุดของการทนทุกข์

ในท้ายที่สุด เพลงนี้สื่อสารถึงความสิ้นหวังที่แปรเปลี่ยนเป็นความเฉยชา เมื่อรู้ตัวว่าไม่สามารถแสดงบทบาทที่สมบูรณ์แบบได้อีกต่อไป การบ้าคลั่งและการพังทลายลงจึงกลายเป็นทางออกสุดท้ายในโรงละครแห่งนี้ เพลงนี้จึงสะท้อนมุมมองที่หม่นหมองเกี่ยวกับความสัมพันธ์และการใช้ชีวิตในโลกที่เต็มไปด้วยหน้ากากและคำลวงได้อย่างยอดเยี่ยม