แปลเพลง I Don't Like Darkness - Chase Atlantic ความหมายเพลง

แปลเพลง "I Don't Like Darkness" โดย Chase Atlantic เป็นบทเพลงที่ดิ่งลึกไปในห้วงอารมณ์ของการเผชิญหน้ากับความบอบช้ำทางจิตใจและความเหนื่อยล้าอย่างรุนแรง เนื้อหาของเพลงถ่ายทอดความรู้สึกของผู้ที่พยายามซ่อนความเจ็บปวดไว้ภายในจนไม่สามารถแม้แต่จะหลั่งน้ำตาออกมาได้ ความ "มืดมิด" ในเพลงนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การขาดแสงสว่าง แต่เปรียบเสมือนสภาวะทางจิตใจที่อ้างว้าง ความกลัวที่จะต้องอยู่ลำพัง และความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นเมื่อต้องสูญเสียคนที่คอยเติมเต็มช่องว่างในใจไป ดูเพิ่มเติม แปลเพลง No Rainbows

นอกจากนี้ เพลงยังสื่อถึงความโหยหาในอดีต (Nostalgia) และการพยายามยึดเหนี่ยวใครสักคนไว้เพื่อเป็นแสงสว่างนำทางในชีวิต การขอร้องไม่ให้อีกฝ่ายจากไปหรือทิ้งให้ต้องเผชิญกับความมืดเพียงลำพังสะท้อนถึงความเปราะบางของมนุษย์ที่ต้องการความรักและความเข้าใจเพื่อเยียวยาบาดแผลที่มองไม่เห็น เป็นเพลงที่เต็มไปด้วยความเหงาแต่ขณะเดียวกันก็เป็นการยอมรับความจริงที่เจ็บปวดอย่างตรงไปตรงมา

ข้อมูลเพลง

  • ชื่อเพลง: I Don't Like Darkness
  • นักร้อง: Chase Atlantic
  • อัลบั้ม: Phases
  • วันที่วางจำหน่าย: 2019

คำแปลเนื้อเพลง I Don't Like Darkness Chase Atlantic

Original Lyrics คำแปลเพลงเป็นภาษาไทย
Hard to stay awake, I'm so exhausted
Hard to keep a friend, I guess I'm cautious
Hide the pain inside, I don't endorse it
I can't even cry, I guess I'll force it
มันยากเหลือเกินที่จะฝืนตื่นอยู่ ฉันเหนื่อยล้าไปหมดแล้ว
ยากที่จะรักษาเพื่อนไว้สักคน ฉันคงระแวงเกินไปสินะ
ซ่อนความเจ็บปวดไว้ข้างใน ฉันไม่ได้อยากเป็นแบบนี้หรอก
ฉันร้องไม่ออกด้วยซ้ำ สงสัยคงต้องฝืนบังคับมันออกมา
Funny when my head caved in, I thought I'd lost it
Might have had a date with death, I guess I dodged it
I don't want want to feel this pain, I don't like distance
I don't wanna leave this place if you're not with us
ตลกดีนะ ตอนที่หัวใจฉันแตกสลาย ฉันคิดว่าฉันเสียสติไปแล้ว
อาจจะเกือบได้นัดพบกับความตายไปแล้ว แต่ฉันคงหลบมันพ้น
ฉันไม่อยากรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้เลย ฉันไม่ชอบความห่างเหิน
ฉันไม่อยากไปจากที่นี่เลย ถ้าไม่มีคุณอยู่กับเรา
Please don't leave this house, I don't like darkness
I don't wanna see you out, I don't like darkness
Hate it when I close my eyes, I don't like darkness
I don't wanna go outside, I don't like darkness
ได้โปรดอย่าไปจากบ้านหลังนี้เลย ฉันไม่ชอบความมืด
ฉันไม่อยากเห็นคุณเดินออกไปข้างนอก ฉันไม่ชอบความมืด
เกลียดเวลาที่ต้องหลับตาลง ฉันไม่ชอบความมืด
ฉันไม่อยากออกไปข้างนอกนั่นเลย ฉันไม่ชอบความมืดมิด
Darkness to the light, I'll be forever gracious
Grey in your eyes, your soul must be silver plated
Though we don't talk, I'll miss our conversations
I fall apart, you fill up the empty spaces
จากความมืดมิดสู่แสงสว่าง ฉันจะสำนึกในบุญคุณตลอดไป
สีหม่นในดวงตาของคุณ จิตวิญญาณของคุณคงงดงามราวกับเคลือบด้วยเงิน
ถึงแม้เราจะไม่ได้คุยกัน แต่ฉันจะคิดถึงบทสนทนาของเรา
ยามที่ฉันแตกสลาย คุณคือคนที่เข้ามาเติมเต็มพื้นที่ว่างเปล่า
Funny, now the rain comes down, I sit and watch it
Every time I hear that sound, I get nostalgic
I don't wanna feel this pain, I don't like distance
Even if you leave this place, your spirit's with us
ตลกจัง ในตอนนี้ที่ฝนตกลงมา ฉันได้แต่นั่งมองมัน
ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงนั้น ฉันมักจะนึกถึงวันเก่าๆ
ฉันไม่อยากรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้ ไม่ชอบความห่างเหินเลย
ถึงแม้คุณจะจากที่นี่ไป แต่จิตวิญญาณของคุณยังอยู่กับพวกเรา
I fall apart, you fill up the empty spaces
I don't want to leave this place if you're not with us
ฉันพังทลายลง และคุณคือคนที่มาเติมเต็มความว่างเปล่า
ฉันไม่อยากไปจากที่นี่เลย ถ้าไม่มีคุณอยู่ด้วยกัน
(After serving the world for over 30 years the space shuttle has earned its place in history and it's come to a final stop) (หลังจากรับใช้โลกมานานกว่า 30 ปี กระสวยอวกาศลำนี้ก็ได้จารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ และบัดนี้มันก็ได้เดินทางมาถึงจุดจอดสุดท้ายแล้ว)

สรุปเนื้อหาเพลง I Don't Like Darkness Chase Atlantic

โดยสรุปแล้ว "I Don't Like Darkness" เป็นการอุปมาอุปไมยถึงสภาวะซึมเศร้าและความหวาดกลัวการสูญเสียที่เกาะกินหัวใจ เสียงกระสวยอวกาศในช่วงท้ายเพลงสื่อถึงการสิ้นสุดของภารกิจอันยาวนาน เปรียบเสมือนความสัมพันธ์หรือชีวิตที่ต้องมาถึงจุดสิ้นสุด แต่กระนั้นความทรงจำและ "วิญญาณ" ของสิ่งที่จากไปจะยังคงอยู่เพื่อช่วยให้ผู้ที่ยังอยู่ก้าวผ่านความมืดมิดไปได้ ดูเพิ่มเติม แปลเพลง YOU TOO

ท้ายที่สุด เพลงนี้ย้ำเตือนให้เห็นถึงความสำคัญของการมีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด การยอมรับว่าเรา "ไม่ชอบความมืด" คือการยอมรับความต้องการการเยียวยา และการมีใครสักคนช่วยเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหายไปคือหนทางเดียวที่จะทำให้เรายังคงความสง่างาม (Gracious) ไว้ได้ท่ามกลางความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน